“ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด ธรรมชาติใสๆ ใจละลาย”

image1

Text/Photo: ม๋อจิ้ว@สุราษฎร์ธานี
หลังจากจบทริปครึ่งหลัง น้ำตกธารทองกันไปก่อนหน้านี้ กลับถึงบ้านไปนอนรอกินแห้วกันมากว่าครึ่งปี จนในที่สุดโอกาสของทริปครึ่งแรกที่ยังค้างคาเพื่อการออกสำรวจ ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราดก็มาถึงโดยไม่ต้องเตรียมการวางแผนอะไรให้ยุ่งยากมากมาย หลังได้รับภาพสถานที่ สภาพถนน และแผนผังพิกัดเส้นทางคร่าวๆ จากเจ้าบ้านอีกคณะหนึ่ง ได้เวลาฤกษ์งามยามเช้าตรู่ของวันนั้น อดใจรอไม่ไหว ชวนเดินทางไปสำรวจด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอไกด์คณะไหนอีกแล้ว ตั้งใจต่อทริปเรื่องเดิมๆ ให้เสร็จสิ้นปิดดีลกันสักที ขับรถยนต์ไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยครั้งเยี่ยมชมสำนักสงฆ์น้ำราดธรรมารามกับน้ำตกธารทอง(น้ำตกบ้านน้ำราด)เมื่อหลายเดือนก่อน

ได้แผนที่คร่าวๆ แผ่นนั้น ช่วยให้คนขับมั่นใจขึ้นเยอะ เนวิเกเตอร์เพียงคอยช่วยอ่านป้ายบอกสถานที่เป็นระยะๆ กับบอกให้ช่วยจอดลงถามทิศทางกับชาวบ้านให้ชัวร์ๆ เลยไม่กังวลเรื่องหลุดหลงออกนอกเส้นทาง ดังนั้นไม่ควรไว้ใจฝากความหวังกับแผนที่พิกัดรับสัญญาณจากดาวเทียมสักเท่าไหร่ เนื่องจากกำลังขับอยู่ในหุบเขากลางป่า แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ยังขาดๆ หายๆ เป็นบางขณะ ต้องขอบคุณการประชาสัมพันธ์ดีงามซึ่งได้ทำแผ่นป้ายโลหะปักบอกตามแยกหลักๆ ให้ได้อุ่นใจ อาทิ น้ำตกธารทองเลี้ยวซ้าย 5 กม./ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด ขับตรงไปอีก 7 กม.” .

image2

อะจ๊าก!! บางช่วงต้องขับลุยลงไปในน้ำไหลผ่านถนนคอนกรีตอยู่บ้าง และเมื่อหมดทางถนนลาดยาง จากนั้นกลายเป็นทางดินหลุมบ่อสัก 4-5 กม. ลองตัดสินใจเลือกเอาเองแล้วกัน ว่าจะหยอดล้อลงหลุมไหนให้กระเทือนน้อยสุด พอเลี้ยวซ้ายเลียบข้างสวนยางพาราตามป้ายบอก ก็จะเห็นแผงเพิงชั่วคราวของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจำหน่ายน้ำดื่ม/อาหาร แวะหาที่จอดรถยนต์ตรงที่ว่างใต้แนวโสดต้นยางพารา

ก่อนจะถึงป้อมอาสาสมัครดูแลสถานที่แห่งนี้ พร้อมซุ้มแผ่นป้ายไม้ประกาศกฎกติกามารยาทไว้ชัดเจน เช่น ห้ามนำอาหาร/เครื่องดื่ม/สัตว์เลี้ยงเข้าไป ห้ามทิ้งขยะ/ทำลายธรรมชาติ/รุกล้ำเขตหวงห้าม/ทะเลาะวิวาท/สิ่งผิดกฎหมาย เป็นต้น ส่วนที่กำลังสร้างเป็นอาคารไม้หลังย่อม เพื่อเตรียมไว้จำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อปของตำบลแก่นักท่องเที่ยวในภายภาคหน้า ถือว่าใครมาเที่ยวช่วงนี้โชคดีที่เขาเพิ่งบุกเบิก การจัดการของคณะกรรมการหมู่บ้านยังไม่ลงตัว จึงยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบำรุงสถานที่ใดๆ

ทักทายเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด พี่สมพงษ์ เพ็งสกุลเล่าถึงอาณาบริเวณผืนป่ากว่า 100 ไร่ ซึ่งกำลังขอคืนพื้นที่จากชาวบ้านที่เข้ามาบุกรุกหลายปีผ่านมา โดยทำโครงการปลูกป่าทดแทน ก่อนจะเดินนำบนทางดินชุ่มแฉะน้ำฝนต่อไปอีกราว 100 กว่าเมตร สองข้างทางดูเขียวร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย บ่งบอกแห่งความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแหล่งนี้ อาทิ กลุ่มเห็ดแชมเปญสีโอลด์โรสแสนหวาน ดอกยางนารูปกังหันแปลกตา สีชมพูขาวร่วงบนพื้น จำปูนต้นสูงกว่าศีรษะรอผลิดอกหอมทั่วป่า ดอกเอื้องหมายนาสีขาวอมแดงชูช่อ ฯลฯ

image1

อุ๊ปส์! ร้องเสียงดัง เกือบรับรางวัลแจ็คพอตแตกแต่เช้า พอท่านพี่ชี้ให้ระวัง ผู้กองลิงหรือมูสังซุ่มนิ่งชุดดำมืด นั่งกองบนพื้นดิน เกือบจะก้าวเท้าเหยียบทับแว้ววว ตรงข้ามศาลาหกเหลี่ยมหลังคาซ้อนสามไว้ประดิษฐานพระพุทธรูปให้ไหว้สักการะ ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลท์ที่จะต้องไม่พลาด เพื่อให้ได้ยล ช่องทางน้ำแร่ไหลออกจากใต้โพรงหินปูนมีไม่ต่ำกว่าสองช่อง สองสายน้ำผุดแห่งป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด บรรดากอเฟิร์น กอหญ้าเขียวปี๋ ขึ้นรกครึ้มห้อมล้อมธรรมชาติแสนพิสุทธิ์ เหมือนรู้หน้าที่คอยปกปักรักษาส่งเสริมความสำคัญ แต่มนุษย์ยังเข้าไปจัดทำขอบคันหินกั้นแบ่งเป็นสัดส่วน พร้อมปักป้ายประกาศเขตหวงห้ามของต้นกำเนิดแหล่งน้ำโดยเด็ดขาด

สมยอมอนุโลมให้ลงว่ายเล่นน้ำในโซนใสคริสตัลตรงใจกลาง ที่มองเห็นท้องพื้นเม็ดทรายขาวจั๊วะ กะด้วยสายตาประมาณการเส้นขอบกั้นรอบแอ่งคงไม่เกิน 100 เมตร ส่วนน้ำใสราวกระจกที่ขังอยู่ลึกแค่ราว 30-40 เซนติเมตรระดับเกือบเท่ากันหมด มีกองโขดหินวางและกอต้นคล้าน้ำขึ้นตรงกลาง เพื่อไม่ให้มองเป็นสระว่ายน้ำประดิษฐ์สำหรับเด็กนักเรียนอนุบาลจนเกินไป เห็นปลาน้ำจืดตัวเล็กๆ น่ารักน่าชัง ได้แก่ ปลาซิวตัวขาวซีด ปลากอง คล้ายปลาเสือมีลายเหลืองดำ กำลังแหวกว่ายคอยตอดกินตะไคร่น้ำ ผนังรากไม้ มด แมลง อยู่ใต้น้ำเป็นฝูงๆ โดยรอบแอ่งยังมีต้นไม้ใหญ่ หวายป่า กอคล้า ขึ้นหนาแน่นบริเวณรอบนอก

ก่อนน้ำจะเอ่อล้นไหลผ่านช่องคันหินลงสู่ลำธาร ผ่านป่าเขียวขจี ตะกอนใบไม้ผุดำ กลายเป็น น้ำตกธารทองและ คลองมะเลาะที่เคยไปสัมผัสกันก่อนหน้านี้ หล่อเลี้ยงให้ผู้คนได้ใช้อุปโภคบริโภคทั้งสองหมู่บ้าน บ้านทำเนียบและ บ้านน้ำราดโดยไม่เคยแห้งเหือด ไม่ว่าฤดูกาลไหนๆ จนเจ้าบ้านต้องออกโรงให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชาวบ้าน ช่วยกันตระหนักอนุรักษ์ป่าต้นน้ำสมบัติส่วนรวมแห่งนี้ให้ยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลานอย่างดีที่สุด

คนอื่นมาเที่ยวจะเตรียมการเพียบพร้อมอย่างไรไม่รู้ไม่เห็น แต่บ้านนี้วางแผนมากันตอนเช้าตรู่ เพื่อสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบ ได้ยินเสียงกระทั่งเรไรร้องระงมทั้งป่า อยากป่าวร้องดังๆ แข่งเสมือนว่า ทั้งแอ่งเป็นของข้าคนเดียวจึงไม่ยอมเสียเวลาไปมากกว่านี้ ก่อนที่ใครๆ จะมามีส่วนแบ่งแย่งหายใจขณะเล่นน้ำ รีบถอดเสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขายาว เหลือไว้เพียงบิกินี่สีฟ้าสดตัวจิ๋วหุ้มห่อทรวดทรงอวบอึ๋ม ลงเดินแบบเวทีแคทวอล์คอย่างมั่นใจเหลือเกิน สัมผัสแรกชื่นใจเย็นกายเมื่อได้ลุยน้ำใสลึกแค่เหนือเข่า ย่ำบุกร่อนสำรวจโดยทั่วเหนือผิวน้ำ เห็นทะลุถึงก้นแอ่งมีฝูงปลาน้ำจืดหลากหลายว่ายไปมา ไม่กลัวเกรงคนแปลกหน้า

บรรยากาศโดยรวมด้านบนที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แฝงด้วยเสน่ห์สวยงามแปลกตาตื่นใจตัวเองว่า มากพอแล้วแต่พอลองสวมหน้ากากดำน้ำกับสน็อคเกิลหายใจแบบดำน้ำตื้น แล้วก้มศีรษะลงมุดมิดใต้น้ำ ทันทีที่หน้าอกวางบนพื้นทราย อั๊ยย่ะ!! ประหลาดใจเป็นที่สุด แม้น้ำใสในแอ่งขังจะลึกไม่มาก แต่เวลามองภาพใต้น้ำที่สะท้อนแสงสว่างจากเบื้องบน เห็นเป็นสีฟ้าเทอร์คอยซ์งดงามจับจิตดีกรีน้องๆทะเลสิมิลันกันเลยทีเดียว ขาดแต่ไม่มีเกลียวคลื่นมากระทบกายเท่านั้น

image1 (1)

ฉงนปนประหลาดใจที่กลายเป็นหนังคนละเรื่องกับเมื่อตอนมองจากผิวน้ำด้านบน และคงไม่ใช่แต่มนุษย์ที่งง เพราะบรรดาฝูงปลาที่ว่ายเวียนเทียวมาตอดเซลล์ผิวหนังอยู่รอบตัวให้จั๊กกะจี้ ก็คงงงกับมนุษย์ซาลาแมนเดอร์ผิวเผือกสี่รยางค์ตัวนี้เช่นกัน ที่เที่ยวใช้มือหนึ่งร่ายแหวกทราย ค้ำคลานต้วมเตี้ยมเล็งส่องถ่ายภาพถ่ายวิดีโออยู่ในบ้านอาศัยของพวกมัน แต่พอเห็นว่าคุ้นเคย ไม่มีพิษภัย มารุมเสนอหน้าหยุดสงสัย ว่ายอยู่หน้าเลนส์กล้องถ่ายภาพใต้น้ำอย่างกับสั่งแบบโพสท่าทางกันได้ทุกตัว

มุดอยู่ท่ามกลางน้ำใส กองหินตะไคร่เกาะ พื้นทรายขาว รากไม้อ่อนๆสะบัดพริ้ว และฝูงปลาน้ำจืดจำนวนมากในแอ่ง ทำให้อารมณ์ประหนึ่งปรากฎตัวเราถูกลดย่อขนาดเล็กลงมาว่ายรวมกันอยู่ในตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มนุษย์เคยจัดไว้ จนได้เวลานักท่องเที่ยวอื่นๆเริ่มทยอยเข้ามาเที่ยวกัน หมดเวลาสนุกแล้วสิ!! ขอเวลาเช็ดตัวแห้ง เปลี่ยนผ้าเปียกออก อุต๊ะ!! ไหนว่าจัดพร็อพมาพร้อมก่อนออกจากบ้าน แต่ดันลืมพก กกน.แห้งอีกตัวมาผลัดเปลี่ยน ทำไงได้ประสบการณ์ผ่านโปรมาจนถึงระดับนี้ คิดๆ

ลงท้าย จัดการแก้ปัญหาโดยลำพัง ง่ายๆ ลองย้อนนึกถึงตอนวัยเด็ก เพียงแค่ปล่อยไว้ให้โยงย้อยห้อยระบายลม กับต้องมีสมาธิจดจ่อ ใจเย็น คอยระวังก็ตอนรูดซิปกางเกงขายาว หวาดผวากลัวจะติดส่วนหนังลำตัวปลาซิวน่ะซิ จนอาจเผลอร้องลั่นป่าให้ทั้งเจ็บทั้งอายนักท่องเที่ยวอื่น ก่อนได้เวลาปิดดีลกันแน่ จุ๊ๆว่าแต่เรื่องเจ็บสุดฤทธิ์สุดเดชของปู้ซายพันนี้ พวกผู้หญิงคงไม่รู้หร๊ก จริงมั้ยสุภาพสตรีทั้งหลาย ฮิฮิฮิ

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!