“หนอนหลนคนกิน ถิ่นชายเลนท่าทอง”

IMG_5204

Text/Photo: นพ.กฤษฎา วัฒนานุกูล กลุ่มงานจักษุวิทยา รพ.สุราษฎร์ธานี

…ทั้งที่ก่อนนอนเอ่ยปากบอกกันแล้วว่า ให้ตื่นตีห้าครึ่งนัดรุ่นน้องโรงเรียนที่จะนำทางพาไปดู “ผีเสื้อหนอนคืบละหุ่ง”แห่งป่าชายเลน หมู่ที่ 2 บ้านท่าโพธิ์ ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองบ้านดอนเป็นแหล่งเดียวที่รับทราบข่าวมาของปีนี้ แต่พอใกล้รุ่งสางเรียกปลุกสุดที่รัก ดูทำท่าเธอจะปฏิเสธอิดๆออดอ้างสารพัด จะไม่ยอมไปด้วย เพราะเหตุผลแค่ข้อเดียว คือว่าคุณเธอกลัวสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เรียกชื่อว่า”หนอน” เท่านั้น มีหรือจะยอมไหนรับปากกันก่อนหน้านี้กันแล้ว สุดท้ายยอมโอนอ่อน “ไปก็ไป แต่ขออยู่แค่ในรถยนต์เท่านั้นนะ” ตั้งพิกัดนัดวัดเขาพระนิ่ม ตรงร้านกาแฟโบราณป้านุ้ย หลังจากข้ามสะพานท่าทองแล้วเลี้ยวซ้ายพอเลยตลาดนัดขายอาหารสด ที่ซึ่งได้นัดกันน้องโรงเรียน วิชัย สมรูป เจ้าถิ่นผู้ชำนาญพิเศษในเรื่องนี้ล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว พอเลี้ยวรถยนต์เข้าไปจอดหน้าร้าน เห็นชายหนุ่มอารมณ์ดีแต่งกายชุดปั่นจักรยาน นั่งยิ้มหวาน รอสั่งไข่ลวก กาแฟโบราณ พร้อมปาท่องโก๋ร้อนๆ คอยต้อนรับอาคันตุกะคู่หนึ่งอย่างมิตรภาพคุ้นเคยสนิทแนบแน่น ทั้งที่เคยเจอหน้ากันครั้งแรกในเช้านี้เอง “ใจเย็นๆไม่ต้องรีบ รอให้ชาวบ้านเข้าไปสบทบเสาะหาตัวหลนกันก่อน แล้วพวกเราค่อยตามเข้าไปดูกัน” “ช่วงนี้ปลายฤดูชุกชุมกันแล้วนะ แต่ยังพอมีคนเข้าไปหากันอยู่ กิโลเป็นพัน เมนูคั่วเกลือง่ายๆอร่อยมาก” “เมื่อวานรายการโทรทัศน์ดังกล้าลองท้าลุยเพิ่งมาถ่ายทำรอออกอากาศอยู่นิ”

IMG_5214

IMG_5231

ป้านุ้ยเจ้าของร้านบอกว่า “ไอ้เจ้าตัวหลนนี้นะ ชาวบ้านละแวกนี้รู้จักกันมาตั้ง 100 กว่าปีมาแล้ว แต่ก่อนตัวจะดูอวบอ้วนน่ารับประทานมากกว่าในปัจจุบัน” ที่ได้ชื่อแบบนี้เพราะพอระยะตัวหนอนที่กินใบตาตุ่มทะเลเพียงชนิดเดียวจนเกลี้ยงโกร๋นเหลือแต่ตาใบปลายยอดสุด เพื่อรอเจริญเติบโตเต็มที่แล้วหล่นลงมาอาศัยบนใบไม้อื่นหรือพื้นดิน คนใต้จึงเรียกหนอนที่ร่วงหล่นนี้ว่า “ตัวหลน(ออกเสียงเป็นภาษาปักษ์ใต้)” และอาจเป็นเพราะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงผืนป่าชายเลนแหล่งอาศัยลดความอุดมสมบูรณ์ลงสมัยนี้ ทำให้ผีเสื้อหนอนคืบละหุ่งต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดตามไปด้วย โดยวงจรชีวิตจากตัวโตเต็มไววางไข่คราวละ 400-600 ฟองตรงด้านริมของใบไม้แหล่งป่าชายเลนที่เต็มไปด้วยต้นตาตุ่มทะเลเท่านั้น ราวในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาว ยิ่งปีไหนที่มีฝนชุกอากาศเย็นท้องฟ้าหลัวเอื้อต่อการเจริญพันธุ์ วางไข่ฟักเป็นตัวอ่อนหนอนหลน ก่อนจะลอกคราบครั้งสุดท้าย หยุดกินอาหารกลายเป็นตัวหนอนระยะ”คอม้า”ที่ขนาดลำตัวหดสั้นมีคุณค่าทางโภชนาการ มูลค่าราคา และอร่อยเป็นที่สุด มีโปรตีนเทียบชั้นได้กับเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว จนถึงระยะดักแด้ที่หล่นลงมาด้านล่างพร้อมปล่อยใยมาก่อตัวในม้วนของใบไม้อื่นๆ เช่น สำมะง่า ขรู่ โพธิ์ทะเล ชะคราม ปรง ถั่ว หรือแม้กระทั่งเศษใบไม้ขอนไม้ผุบนพื้นดิน ซึ่งยังสามารถนำมาปรุงเมนูพิเศษกันได้อยู่ วงจรชีวิตผีเสื้อกลางคืนชนิดนี้ ใช้เวลาเจริญเติบโตจากไข่จนโตเต็มวัยราว หนึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนครึ่ง

IMG_5232

ขับรถยนต์ตามหลังนักปั่นไปเกือบถึงแหล่งหาตัวหลน สัญญาย่อมต้องรักษาสัญญา “อุต๊ะ!!ยอมรอในรถยนต์ดีกว่าไปเจอหนอนทุกชนิด” ผมต้องเดินลุยพื้นแฉะๆริมถนนหินคลุกเข้าไปพร้อมเจ้าบ้านผ่านดงพืชพรรณต่างๆของป่าชายเลนซึ่งยังอุดมสมบูรณ์ตามร่องรอยทางเดินในช่วงแรก สักประมาณ 10 เมตร ก็ได้เจอหนอนชนิดนี้ตัวแรก มีคนเตือนว่า “อย่าให้ยางต้นตาตุ่มเข้าตาเข้าปากอาจมีตาบอดและถ่ายท้องรุนแรงได้” หุๆ ลักษณะของระยะตัวหนอนที่เห็น ยาวสัก 6-7 ซม.กำลังคืบคลานน่าทึ่ง โดยใช้ขาคู่หน้าพุ่งไปข้างหน้าแล้วใช้ขาคู่หลังๆคอยเคลื่อนย้ายไปชิดคล้ายทำท่าสะพานโค้งงอ มีเส้นสายลายพาดตลอดลำตัว ดวงตาสีขาวเล็กตรงส่วนหัวใกล้หนอกแหลม แลดูน่ารักมากกว่าน่ากิน ก่อนจะห่อตัวกลายเป็นดักแด้ จนเปลี่ยนสภาพเป็นผีเสื้อกลางคืนโตเต็มวัย พร้อมรอทำหน้าที่สืบเผ่าพันธุ์ดำเนินชีวิตต่อไป แต่ถึงอย่างไรมัวเผลอหันถ่ายภาพตรงอื่นๆ แพร๊บเดียว เห็นถูกนิมนต์ลงไปอยู่กับพรรคพวกในกระสอบถุงปุ๋ยซะแว้ววว เล่าว่าหากอยู่ในช่วงชุกๆต้นฤดู เจ้าบ้านคนพื้นที่แต่ละคนหาได้ถึงวันละ 4-5 กิโลกรัมกันเลย สนนราคาดิบๆหน้างานคูณ 1,000-1,500 บาท แต่หากว่านำมาแปรรูปเป็นเมนูพิเศษก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่ามากกว่านี้เกือบสองเท่าตัว น่าสนใจชะมัดแค่ใช้เวลาตั้งแต่เช้าตรู่ถึงเลยเที่ยงเศษๆเท่านั้นเอง

IMG_5254

เอ๊ะๆไม่ต้องว่ากลัวพวกมันจะสูญพันธุ์หมดสิ้นจากโลกใบนี้  “ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้หรอก” หากเราสามารถอยู่ดูแลร่วมเก็บเกี่ยวประโยขน์กับพวกมันได้ เล็งตระหนักช่วยกันอนุรักษ์ระบบนิเวศน์พื้นป่าชายเลน ไม่ไปทำลายล้างผลาญบริเวณแหล่งต้นตาตุ่มพืชสมุนไพรที่ยังไร้ราคาทางเศษฐกิจผืนท้ายๆให้แก่พวกมัน ซึ่งยังคงหลงเหลือแถวจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราชเท่านั้น เพื่อพวกเราจะได้มีแหล่งโปรตีนทางธรรมชาติ แสนอร่อยรสชาติเยี่ยมคล้ายๆ”ตัวต่อคั่วเกลือ”ที่เคยรับประทานกันอย่างแพร่หลายในท้องตลาดช่วงฤดู ซึ่งดูวงจรชีวิตนอนชนิดนี้กินเฉพาะอาหารคลีนแค่ใบไม้ตาตุ่มเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเอง อ๊ะจึ๊ย!! จะรับไปชิมสักตัวสองตัวไหมล่ะสุดที่รักของพี่ หรือจะรอตัดสินใจถี่ถ้วนก่อนดี ขอฝากกระซิบข้างหู “แล้วเจอกันคืนนี้นะจ๊ะๆ” เพราะพี่ยอมรับประทานเป็นกำมือจะได้รอเปลี่ยนสภาพจากหนอนหลนเป็นลำต้นตาตุ่ม เพื่อทดลองสมอ้างสรรพคุณเป็นยาไวอากร้าจากธรรมชาติด้วยนะจิ น่านำเอาไปศึกษาวิจัย รายงานข่าวผลการทดลองให้ทั่วโลกรับทราบกันตอนเช้าวันพรุ่งนี้เลย ฮิฮิฮิ…

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!