ประชานิยม ประชารัฐ ประชานิยม?

paper people community rally protest

Text: ดร.ภาสกร ธรรมโชติ

ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่เปลี่ยนผ่านจากยุคประชานิยมมาเป็นประชารัฐได้สักพักใหญ่ อย่างไรก็ตามในเวทีการเมืองระดับโลกกลับพบว่ามีการกลับมาของนโยบายประชานิยมอีกครั้งโดยเฉพาะในโลกตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาและในทวีปยุโรป

ความหมายของคำว่า “ประชานิยม” โดยทั่วไปมีความแตกต่างออกไปในแต่ละบริบทการเมืองของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่เมื่อกล่าวถึงนโยบายประชานิยม เรามักจะนึกถึงและคุ้นเคยกับประชานิยมในรูปแบบของประเทศในแถบละตินอเมริกาซึ่งเป็นประเทศต้นแบบที่ผู้นำประเทศหลายๆ คนได้นำเอานโยบายประชานิยมมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและรักษาฐานเสียงทางการเมืองของตนเองมาอย่างยาวนาน ทั้งในประเทศชิลี นิคารากัว เวเนซุเอลา อาร์เจนตินา เป็นต้น

หลายๆ ประเทศในโลกตะวันตกทั้งสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของผู้นำคนใหม่กำลังนำนโยบายประชานิยมกลับมาอีกครั้งเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยของเรากำลังจดจ่ออยู่กับนโยบายประชารัฐ ที่เน้นความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นักวิชาการตะวันตกได้พยายามออกมาเตือนรัฐบาลของตนถึงความไม่ยั่งยืนและความล้มเหลวของนโยบายประชานิยมซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นในอดีตในกลุ่มประเทศในแถบละตินอเมริกา

r1584180_23927270

สาเหตุที่เราเรียกนโยบายของรัฐว่านโยบายประชานิยม เพราะเป็นนโยบายที่ถูกใจประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย (popular) สาเหตุที่ได้รับความนิยมเพราะการดำเนินนโยบายได้ผลตามเป้าหมาย แต่ลักษณะพิเศษของนโยบายประชานิยมคือได้ผลเพียงระยะสั้นเท่านั้นแต่ไม่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตามคำจำกัดความของคำว่า “ประชานิยม” มีความแตกต่างกันออกไปในบริบทของแต่ละภูมิภาคของโลก ในส่วนของประเทศไทยมีความคุ้นเคยกับประชานิยมในลักษณะที่ใกล้เคียงกับนโยบายประชานิยมที่ใช้กันแพร่หลายในแถบประเทศละตินอเมริกา ซึ่งเป็นการใช้นโยบายรัฐเพื่อใช้สงเคราะห์คนยากจนเป็นฐานเสียงและฐานทางการเมือง ในขณะที่นโยบายประชานิยมที่กลับมาในประเทศตะวันตกในขณะนี้โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรมีลักษณะแตกต่างจากละตินอเมริกา ประชานิยมของประเทศตะวันตกเหล่านี้คือประชานิยม ในลักษณะที่นโยบายของพรรคการเมืองได้รับการสนับสนุนจากประชาชนหรือมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน ซึ่งแตกต่างไปจากนโยบายประชานิยมของละตินอเมริกาหรือไทย ที่เน้นการสงเคราะห์คนยากจนเพื่อฐานเสียงและฐานการเมือง

ทั้งนี้วงจรของนโยบายประชานิยมในระยะยาวจะนำประเทศไปสู่ความล่มสลาย การดำเนินนโยบายประชานิยมในช่วงแรกๆ ซึ่งมักถูกนำมาใช้เมื่อประเทศประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น การบริโภค และการจ้างงานเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่า (นำเข้าสินค้าได้ถูกลง) ทำให้ทุกคนรู้สึกว่านโยบายประชานิยมโดยผู้นำประชานิยมทำให้สถานะประเทศและประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในตัวผู้นำประเทศแบบไม่ลืมหูลืมตา อย่างไรก็ตาม สภาวการณ์เหล่านี้มีความไม่ยั่งยืนเพราะการดำเนินนโยบายประชานิยมต้องใช้งบประมาณมหาศาลซึ่งส่งผลให้มีการกู้ยืมมาใช้ส่งผลกระทบต่อสถานะการคลังของประเทศ ค่าเงินมีค่าเกินจริง (Overvalued) ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก (ส่งออกได้น้อยลง) และกระทบเศรษฐกิจของประเทศในที่สุด ซึ่งนี่คือความไม่ยั่งยืนของการดำเนินนโยบายแบบประชานิยม

ในส่วนของประเทศไทยเราก้าวผ่านคำว่าประชานิยมมาเป็นคำว่า “ประชารัฐ” ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายที่เน้นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาสังคมในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเพื่อให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริงและมีความยั่งยืนซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้นโยบายประชารัฐมีความแตกต่างจากการดำเนินนโยบายประชานิยม อย่างไรก็ตามข่าวสถานการณ์เงินคงคลังของประเทศล่าสุดทำให้เกิดความวิตกกังวลจากหลายๆ ฝ่ายว่ารัฐบาลจะถังแตก หากรัฐบาลขาดวินัยทางการคลัง การดำเนินนโยบายประชารัฐในหลากหลายรูปแบบด้วยการกู้ยืมเงินและอาจจะเป็นการทำให้ภาระหนี้สินของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ท้ายที่สุดประชารัฐของเราก็จะไม่แตกต่างอะไรไปจากประชานิยมที่มีแต่ความมั่งคั่ง (ในระยะสั้น) แต่ไม่มีความมั่นคง และยั่งยืน (ในระยะยาว)

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!