อรอุมา สิทธิรักษ์  มือตบเพชฌฆาต หัวใจแกร่งแห่งเมืองคนดี

อรอุมา สิทธิรักษ์ มือตบเพชฌฆาต หัวใจแกร่งแห่งเมืองคนดี

ลงานชิ้นโบแดงล่าสุด (เมื่อวันที่21กันยายน 56) ทีมนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยคว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย Asian Championship 2013 โดยสามารถเอาชนะมือวางอันดับ 2 ของรายการ คือ วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติญี่ปุ่นแบบขาดลอยด้วยสกอร์ 3 : เกมส์และคว้าตั๋วใบสำคัญไปแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมป์เปียนคัพ 2013 ได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ภายใต้การคุมทีมของหัวหน้าผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย โค้ชอ๊อด-เกียรติพงษ์รัชต เกรียงไกร และหลายครั้งที่นึกหวนคิดถึงแมตซ์การแข่งขันของทีมนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยตัวเล็กๆ แต่ผลงานยิ่งใหญ่ ทำให้หัวใจคนไทยทุกคนพองโตเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข และหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย คือ สาวผิวเข้มตาคม ตำแหน่งมือตบหัวเสา สมญานาม มือตบเพชฌฆาต” แห่งเมืองคนดี อรอรอุมา สิทธิรักษ์


 ประวัติความเป็นมาและครอบครัว ?

     อรเป็นคนสุราษฎร์ธานี บ้านอยู่ที่ตำบลพ่วงพรมคร อำเภอเคียนซา ส่วนคุณพ่อเป็นคนนครศรีธรรมราช คุณแม่เป็นคนสุราษฎร์ธานี แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่อำเภอเคียนซาครอบครัวมีอาชีพทำสวนยางมาตั้งแต่อรเด็กๆก็เป็นสวนยางแปลงเล็กๆทำไปก็เพียงแค่พอกินและก็รับจ้างกรีดยางให้กับเพื่อนบ้านด้วยชีวิตอรตอนเด็กๆลำบากมากเรามีพี่น้อง 3 คน พ่อกับแม่ต้องตื่นตั้งแต่ตีหนึ่งเพื่อไปกรีดยาง อรกับพี่ๆ ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง หกโมงเช้าก็ต้องออกไปเก็บยางที่พ่อกับแม่กรีดไว้ เก็บเสร็จกลับมาอาบน้ำไปโรงเรียน หลังจากเลิกเรียนก็กลับมาช่วยหุงข้าว ทำงานบ้านส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ก็ต้องทำงานในสวนยางทั้งวัน คือ ต้องไปช่วยกรีดยางเก็บน้ำยาง จนเสร็จกระบวนการออกมาเป็นยางแผ่น แล้วนำไปตาก

เริ่มเล่นวอลเลย์บอลได้อย่างไร ?

     สมัยเด็กๆอรเล่นกีฬาประเภทกรีฑา (วิ่งระยะสั้น) มาก่อนจนมาเจอรุ่นพี่ เขาเล่นวอลเลย์บอลกันที่โรงเรียนบ้านควนสามัคคี แล้วได้เดินทางไปแข่งขันตามที่ต่างๆ ในเมืองบ้าง ต่างอำเภอบ้าง ก็เลยคิดอยากจะเล่นบ้าง เพราะอรไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย… คือเล่นกีฬาเพราะอยากไปเที่ยว ส่วนการเล่นกรีฑาอย่างเดียวก็ได้เที่ยว ได้แข่งขันเฉพาะในอำเภอเท่านั้น ดังนั้นแรงบันดาลใจของอรคืออยากไปเที่ยวที่ไกลๆ… เพราะเด็กบ้านนอกถ้าได้ไปเที่ยวในเมืองก็ถือว่าได้เที่ยวไกลๆ แล้ว หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาเล่นวอลเลย์บอลเพราะทีมวอลเลย์บอลที่โรงเรียนบ้านเคียนซา ได้เข้าไปแข่งวอลเลย์บอลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ก่อนจะไปที่จังหวัดก็ต้องแข่งขันให้ได้แชมป์ที่อำเภอก่อน ถึงจะได้ไปแข่งขันในที่ไกลออกไป ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปเที่ยวด้วย อรคิดว่าอาจารย์ทุกท่านเป็นบุคคลสำคัญสำหรับอรทั้งหมด อาจารย์คนแรกก็คืออาจารย์องอาจ ไทยเกิด ที่โรงเรียนบ้านควนสามัคคี ท่านเป็นครูคนแรกที่สอนพื้นฐานการเล่นวอลเลย์บอลให้ ซึ่งถือว่าสำคัญที่สุด การที่อรแข็งแกร่งและแข็งแรงได้เพราะเรามีใจสู้ และท่านอาจารย์องอาจ ไทยเกิด เป็นผู้จุดประกายให้อรรักกีฬาวอลเลย์บอลจนถึงทุกวันนี้ อาจารย์สอนทักษะการเล่นวอลเลย์บอล ตั้งแต่การ อันเดอร์บอลที่ถูกต้อง การเซ็ตบอล การเสิร์ฟบอล ท่านจึงเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับอร สมัยนั้นฝึกทุกวันช่วงเช้าประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเข้าเรียน คือการวิ่งสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และก็มาอันเดอร์บอล และหลังเลิกเรียนช่วงเย็นก็ลงมาซ้อม จับคู่อันเดอร์บอลกัน ตีบอลข้ามตาข่าย ได้ลงทีมเล่นเกมส์ช่วงเวลานั้นอรรู้สึกสนุกกับเกมส์กับการแข่งขัน การมีเพื่อนร่วมทีมได้ไปแข่งวอลเลย์บอล และได้ไปเที่ยวด้วยกัน อรไม่ได้คิดว่าจะเล่นวอลเลย์บอลเป็นอาชีพ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะไปได้ไกล จนติดทีมชาติไทย

27-Ex-2

เข้ามาเรียนที่โรงเรียนสุรศักด์มนตรีได้อย่างไร ?

     ตอนจบประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านควนสามัคคีอรก็ตามเพื่อนๆไปสอบเข้าโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ในแบบเกณฑ์การคัดเลือกความสามารถพิเศษด้านกีฬา เพราะเรื่องเรียนอรไม่ได้เก่งมากก็เลยเลือกสอบในส่วนของความสามารถพิเศษ แล้วก็ได้อาจารย์สมชาย กิจคามเป็นอาจารย์สอนวอลเลย์บอล ขณะนั้นก็มีโปรแกรมแข่งมากขึ้น จากการแข่งขันในตัวเมืองก็ได้ออกไปแข่งขันตามจังหวัดต่างๆ เช่น ชุมพร, ระนอง, สงขลา และจังหวัดอื่นๆในเขตภาคใต้ เป็นแมตซ์การแข่งขันระดับ เป๊ปซี่,เพาเวอร์ คัดเยาวชนเขตภาคใต้ ซึ่งถ้าหากว่าคัดภาคใต้ชนะก็ได้ไปแข่งระดับประเทศ แต่ส่วนมากทีมโรงเรียนสุราษฎร์พิทยาของอรจะได้ที่ 2 ก็แข่งขันไปเรื่อยๆ จนได้พบกับอาจารย์บันเทิง ขาวผ่อง ซึ่งเป็นคนภูเก็ต แต่มาสอนและคุมทีมวอลเลย์บอลที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ท่านนำทีมนักกีฬาวอลเลย์บอลไปคัดที่ภาคใต้ อาจารย์ก็มาทาบทามตั้งแต่อรเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้ไปเรียนที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีที่กรุงเทพฯแต่เนื่องจากอรยังเด็กมากก็เลยไม่ไป… อาจารย์ก็ไม่ได้บังคับจนปีต่อมามีการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติโดยจังหวัดพังงาเป็นเจ้าภาพทางทีมของอาจารย์ได้แชมป์และได้เป็นตัวแทนภาคใต้ (ส่วนทีมโรงเรียนสุราษฎร์พิทยาของอรได้รองแชมป์) อาจารย์บันเทิงก็เรียกตัวอรให้ไปร่วมแข่งขันด้วยเพราะเห็นแวว…ให้มาแข่งกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่จังหวัดพังงาตอนนั้นอรอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งต้องขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อาจารย์ก็เลยชวนให้ไปเรียนที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โดยให้ข้อเสนอว่า เรียนฟรี ที่พักฟรี และจะได้เล่นวอลเลย์บอลทีมโรงเรียนเพื่อจะได้พัฒนาฝีมือด้วย แต่อรก็ยังไม่อยากไป เพราะอรเป็นห่วงทีมที่โรงเรียนสุราษฎร์พิทยาจะทำอย่างไร? ทั้งอาจารย์ ทั้งเพื่อน ทุกอย่างที่เราผูกพันกันมาตลอด และอาจารย์โสรัตน์ วรรณวงศ์ ได้พาแม่ของอรมาดูการแข่งขันวอลเลย์บอลที่จังหวัดพังงาด้วย ท่านได้คุยกับพ่อและแม่ไว้ประมาณว่า อยากให้ลูกไปเรียนที่กรุงเทพฯมั้ย? จะได้ก้าวหน้าไปไกลกว่านี้..แม่ก็เลยอยากให้ไป…แล้วท่านก็มาถามความสมัครใจของอรอรก็บอกแม่ว่า“ยังเป็นห่วงทีมโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา…”แต่แม่สนับสนุนให้ไป…อรก็เลยไปปรึกษากับอาจารย์สมชาย วิเชียรชัยที่โรงเรียน ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ช่วยอีกท่านหนึ่ง เพราะอรกลัวอาจารย์สมชาย กิจคามจะว่า… อรทิ้งทีม… ทิ้งอาจารย์…อาจารย์สมชาย วิเชียรชัยท่านบอกว่า“ไปเถอะ…เพื่ออนาคตของเรา…”อาจารย์จะช่วยพูดกับอาจารย์สมชาย กิจคามให้เองท่านก็เปิดโอกาสให้ไป เผื่อว่าจะดีกว่านี้ อรก็เลยตัดสินใจไปเรียนต่อที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพฯ

ช่วงเวลาที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีมีการพัฒนาและฝึกทักษะการเล่นวอลเลย์บอลอย่างไร ?

     เรื่องการฝึกซ้อมที่โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เล่นเพียงพื้นฐานธรรมดา การเล่นการวิ่ง การยืดกล้ามเนื้อ แต่พอย้ายมาเรียนที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีเริ่มมีการใช้เวทเทรนนิ่ง, วิ่งจับเวลา, การฝึกซ้อมที่หนักขึ้น มีโปรแกรมการฝึกซ้อมที่มีระบบ ระเบียบแบบแผนและวินัยที่เข้มงวดมากขึ้น มีการปรับร่างกาย ให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้นจากนั้นก็มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในแมตซ์ต่างๆ ทำให้แมวมองในสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยเห็นแววการเล่นที่โดดเด่น ก็เรียกเข้ามาเก็บตัวและฝึกซ้อมดู ผลงานตอนอยู่ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีก็ได้แชมป์กทม., กรมพลศึกษา, ได้รับการคัดเลือกไปแข่งเป๊ปซี่,เพาเวอร์รอบใหญ่ๆ และแมตซ์การแข่งขันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

   

เข้ามาเล่นให้สมาคมวอลเลย์บอลและติดทีมชาติไทยได้อย่างไร ?

     อรได้เข้ามาเล่นยุวชนทีมชาติไทยก่อน แล้วก็ได้มาแข่งเยาวชนทีมชาติไทย เรียกว่าได้เล่นมาทุกระดับ จนกระทั่งถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่ โดยที่อาจารย์เรียกมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ตอนแรกก็ยังไม่ได้ติดชุดใหญ่เป็นการฝึกซ้อมเพื่อดูผลงานว่าจะติดหรือไม่ติด ซึ่งขณะนั้นเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 5 อายุน้อยที่สุดในทีมมี 3 คนคืออร, มัลลิกาและสายไหม ที่ติดยุวชนมาด้วยกัน ตอนนั้นมีการแข่งขันซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ ประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่อรไม่ได้ติดตัวจริง และมาติดทีมชาติชุดใหญ่ คือมีการคัดตัวนักกีฬาเอามาไว้ทั้งหมด 18 คน แต่เรียกได้ว่าทุกคนติดทีมชาติไทยแล้ว และมาเก็บตัวคัดเลือกอีกครั้งหนึ่งให้เหลือเพียง 12 คน เพื่อที่จะไปแข่งขันในแมตซ์ต่อไป ครั้งแรกที่ติดทีมชาติไทยแล้วเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมแต่ไม่ติด 12 คนตัวจริงก็รู้สึกเสียใจ…แต่อรคิดว่ายังเด็กอยู่อาจารย์ก็ปลอบใจว่า… ไว้ซีเกมส์หน้าได้ไปแน่เพราะหนูยังเด็กอยู่อดทนฝึกซ้อมอีกหน่อยก็จะดีกว่านี้” อรมาติดในปีถัดมาคือปี 2006 ตอนนั้นได้ไปแข่งขันเวิลด์กรังด์ปรีซ์และเอเซียนเกมส์ที่โดฮาก็ติด 12 คนตัวจริง แต่ยังไม่ได้ลงเล่น 6 คนแรกตอนนั้นยังไม่ได้สัมผัสสนามจริงเลยอรก็ได้แต่คิดในใจว่า… ทำไม?? โค้ชไม่เปลี่ยนให้อรลงบ้าง… ก็ได้แต่คิด… คิดแล้วคิดอีกก็ไม่เคยได้ลงเลย แต่ก็ไม่ท้อดีใจที่ได้ติด 12 คนตัวจริง ได้ก้าวไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว และก้าวต่อๆ ไป คือการได้ลงเล่น ก็อยู่ที่ตัวเรานั่นเอง พอกลับมาจากการแข่งขัน อรก็ฝึกซ้อมต่อจนถึงแมตซ์การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ที่กรุงเทพฯ อรจำได้ว่าเป็นแมตซ์แข่งกับประเทศญี่ปุ่น โค้ชเปลี่ยนตัวให้อรลงไปเล่น และเหมือนกับเราได้แสดงศักยภาพว่า เราเล่นได้หลังจากนั้นอรก็ได้ลงเล่นมาตลอด

 27-Ex-1

 

ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักมีการเหนื่อยมีการท้อบ้างหรือเปล่าแล้วทำอย่างไร ?

     การเข้ามาติดทีมชาติไทย ทุกคนซ้อมหนักเท่ากันทั้ง 12 คนอยู่ที่ร่างกายของใครแข็งแรงก็จะเหนื่อยน้อยกว่า การซ้อม การเล่นเหมือนกันทุกอย่าง และถ้าอรเหนื่อยหรือท้อ ส่วนใหญ่อรจะโทรหาแม่ บอกว่าหนูไม่ไหวแล้วนะ… หนูซ้อมเหนื่อยมาก… แม่ก็ให้กำลังใจว่า ก้าวมาถึงจุดนี้แล้ว ก็ให้พยายามอดทนอีกนิดหนึ่งได้มั้ยไหวมั้ย…” แต่ถ้าไม่ไหวพ่อกับแม่ก็ไม่บังคับ ไม่ไหวจริงๆก็ให้หยุด แต่ถ้าไหว ก็ให้สู้จนถึงที่สุด พอได้คุยกับแม่ อรก็จะมีกำลังใจสู้ต่อ… แต่บางทีก็พูดกับตัวเองว่า… มันเหนื่อยแต่ถ้าได้พักมันก็หายเหนื่อย… ซ้อมไปโค้ชคงไม่ซ้อมให้เราถึงตายหรอก… และก็ได้มีการโทรศัพท์คุยกับรุ่นพี่ๆ ในทีมบ้าง พี่ๆ ก็บอกว่า ตอนสมัยรุ่นพี่ก็เป็นอย่างนี้มันเหนื่อยมากเขาเคยเจอมาก่อน” ซึ่งอรเป็นคนที่วิ่งระยะสั้นได้ แต่วิ่งระยะยาวไม่ได้จะเหนื่อยมาก… อย่างช่วงเช้าตื่นขึ้นมาก็ต้องวิ่งจับเวลา ถ้าวิ่งไม่ผ่านก็ต้องโดนซ่อม ตั้งแต่ติดทีมชาติมา เรื่องการวิ่ง อรจะไม่ผ่าน ต้องมาซ่อมอยู่ตลอด อย่างเพื่อนๆวิ่งกัน 5 รอบ อรต้องวิ่งซ่อมเพิ่มอีก 2 รอบ แต่ถ้าไม่วิ่ง ขาก็ไม่แข็งแรง …อรแอบร้องไห้ตั้งแต่ขึ้นมากรุงเทพฯใหม่ๆ ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีแล้ว… ซ้อมเสร็จตอนเช้าก่อนเข้าเรียน ต้องยืนร้องไห้ก่อนเข้าห้องเรียนประมาณ 5 นาทีในห้องน้ำ รู้สึกไม่ไหว…เหนื่อยมาก… แต่พอติดทีมชาติยิ่งหนักกว่าเดิม เหนื่อยจนท้อ…แต่ก็คิดย้อนไป… เราลงทุนมาขนาดนี้… เสียเวลามาขนาดนี้แล้ว….ก็พยายามอดทนสู้…สู้…สู้ต่อไป

 

ติดทีมชาติไทยแล้วมีผลงานมีคนรู้จักมากมายมีความรู้สึกอย่างไร ?

     อรคิดว่า เราเป็นคนธรรมดาเด็กบ้านนอก ถึงเราจะมีชื่อเสียง คนรู้จักอร ว่าอรก็ยังเป็นอรคนเดิม เป็นอรอุมา… แต่ถ้าถามว่าดีใจ ภูมิใจมั้ยก็บอกได้ว่า ดีใจ…และภูมิใจมาก นักกีฬาทุกคนคาดหวังว่าจะมีธงชาติติดอยู่ที่หน้าอก โดยใช้ความสามารถของตัวเอง และไม่ได้ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่ติดธงชาติมาใส่ แต่เป็นเสื้อตัวที่ได้มาจากความสามารถของตัวเราเอง และดีใจตรงที่มีคนรู้จักเราจากเด็กบ้านนอกที่ไม่มีใครรู้จัก “อรอุมา สิทธิรักษ์”  ปัจจุบันนี้อรไปไหนก็มีคนรู้จักมากขึ้น พ่อแม่ก็ภูมิใจ และมีคนมาขอถ่ายรูปขอลายเซ็นเหมือนเมื่อวานไปวัดไร่ขิงมา พระยังรู้จักหนู…(เสียงหัวเราะดัวยความดีใจ… ขนาดพระยังรู้จัก) อรไปถวายสังฆทาน พอจะรับน้ำมนต์ พระท่านก็ทักว่าหน้าคุ้นๆใช่นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติมั้ย…พอไปเดินตลาดดอนหวาย คนทั้งตลาดรู้จักอรหมดเลย…แม่ค้าก็ให้ขนม ให้โน้นให้นี่มากินเยอะเลย ก็รู้สึกดีใจมากเลย ไปที่ไหนก็มีคนรู้จัก…ก็ภูมิใจมาก

 27-Ex-3

เข้าไปเล่นวอลเลย์บอลลีกได้อย่างไร ?

     เริ่มต้นเล่นลีกอาชีพซึ่งตอนนั้นคัดเลือกตัวทีมชาติแล้วไม่ติด อาจารย์ชาญฤทธิ์ วงศ์ประเสริฐ ท่านหาทีมเพื่อนบ้านใกล้ๆ ให้คือที่ประเทศเวียดนาม เป็นการเล่นลีกครั้งแรกให้กับทีมสโมสรกวานลิน ที่เมืองฮานอยแล้วทำผลงานได้ดี ได้แชมป์ลีกสูงสุดของปีนั้นด้วย และในปีต่อมาก็ได้กลับไปเล่นอีก โดยทางลีกเวียดนามก็ได้มีการซื้อตัวนักกีฬา และพัฒนาทีมอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปีแรกได้ค่าเหนื่อยเดือนละ 1,500 เหรียญยูเอสตอนนั้นก็ถือว่าเยอะ… มีที่พักมีอาหาร มีตั๋วเครื่องบินให้ด้วย ปีที่สองก็ได้เพิ่มเป็น 2,000 เหรียญ และหลังจากนั้นก็ได้เล่นให้ทีมชาติไทยมีโปรแกรมแข่งขันมากขึ้น ทางลีกประเทศตุรกีก็ติดต่อมาเป็นลีกดิวิชั่น 2 ก็ลองไปเล่นดู ชื่อทีมสโมสรฟิลลี่ ไปเล่นลีกอาชีพไปคนเดียวตลอด แต่ทางลีกมีผู้จัดการเป็นคนดูแลนักกีฬา และปีต่อมาอรได้ไปเล่นให้กับทีมสโมสรซีเลอร์โคนิซสวิตเซอร์แลนด์ 2 ปี ได้ค่าเหนื่อยมากขึ้นทำสัญญา 7 เดือน ผลงานปีแรกดีมาก ได้แชมป์เลย โดยไปกับนุศราต้อมคำ แต่ว่าอยู่คนละทีมกันช่วงเวลานั้นอรเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แต่เนื่องจากอรขาดเรียนบ่อยเลยเรียนแค่ปี 2 ก็ย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เป็นมหาวิทยาลัยที่ช่วยสนับสนุนด้านการกีฬา แต่การเรียนการสอนก็ไม่ใช่ง่าย อรต้องกลับมาเรียนเพิ่มเติม ติวเข้มเพื่อสอบเหมือนนักศึกษาทั่วไป พอกลับมาจากลีกเมืองนอกเราก็ได้ประสบการณ์มากขึ้น เพราะเคยเล่นกับนักกีฬาตัวสูงๆ และได้นำประสบการณ์กลับมาเล่นให้ทีมชาติไทย ช่วยพัฒนาทีมให้มีผลงานมากขึ้น และปีต่อมาทีมสโมสรดินาโมคาซาน ประเทศรัสเซีย ติดต่อให้ไปเล่น 4 เดือน ได้ค่าเหนื่อยมากกว่าที่เคยได้รับต่อซีซั่น แต่ปีนี้อรไม่ได้ไปเล่นลีกเมืองนอก เพราะมีอาการเจ็บที่หัวไหล่ และก็กำลังจะรับปริญญา เนื่องจากอรเป็นลูกคนเดียว ที่ได้รับปริญญาเป็นคนแรกของครอบครัว อรจบทางด้านการบริหารคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต(RBAC) และสุดท้ายได้เล่นลีกเมืองไทย ให้กับทีมกะทู้ภูเก็ต เล่นให้กับอาจารย์บันเทิง ขาวผ่อง ต่อมาได้ไปเล่นวอลเลย์บอลลีกอาชีพ ให้กับทีมสโมสรอิกติซัคซี่บากู ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน และในปีนี้จะได้เข้าร่วมกับทีมสโมสร เจที มาร์เวลลัส ประเทศญี่ปุ่น

 27-Ex-8

มองลีกวอลเล่ย์บอลไทยกับลีกเมืองนอกต่างกันอย่างไร ?

    ลีกเมืองไทยน่าจะพัฒนาได้มากกว่านี้ จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสไปเล่นลีกเมืองนอก ลีกเมืองนอกมีการซื้อตัวนักกีฬาต่างประเทศมาเล่นในทีม เพื่อเป็นการสร้างสีสันในการแข่งขัน และยังช่วยกระตุ้นวอลเลย์บอลลีกให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง สิ่งสำคัญต้องการให้ลีกวอลเลย์บอลไทยมีการวางแผนงาน ที่มีระบบระเบียบในการทำงาน และอยากให้มีการพัฒนาเรื่องพื้นสนามที่ใช้ในการแข่งขันวอลเลย์บอลลีก ให้มีมาตรฐานมากขึ้นกว่านี้ พร้อมใช้ในการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลแมตซ์ใหญ่ๆ และอยากให้มีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาร่วมให้การสนับสนุน เป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมวอลเลย์บอลให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะจะช่วยทำให้วอลเลย์บอลไทยพัฒนา และก้าวไปได้ไกลในอนาคต

คิดว่าการเล่นวอลเลย์บอลขณะนี้ถึงจุดสูงสุดแล้วหรือยังและต้องการไปให้ถึงจุดไหนในอนาคตอย่างไร ?

     ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดสูงสุดถ้าเทียบกับ 100 คะแนนเต็ม คิดว่าขณะนี้เดินทางมาได้ 89 คะแนนแล้ว เหลืออีก 11 คะแนน  อรอยากไปโอลิมปิก เพราะติดทีมชาติแล้ว ได้มีโอกาสไปแข่งขันรอบคัดเลือกเพื่อไปแข่งวอลเลย์บอลโอลิมปิกแล้ว 2 ครั้ง แต่พลาดทั้ง 2 ครั้ง ครั้งแรกพลาดอย่างน่าเสียดาย ครั้งที่ 2 เราก็มีลุ้นแต่สุดท้าย เราก็ต้องรอลุ้นผลการแข่งขันของทีมอื่นในแมตซ์สุดท้าย และทำให้เราไม่ได้ไปโอลิมปิก ทั้งที่เราก็เล่นกันเต็มที่ และหวังไว้มากกับปีนี้ เพราะเข้าเก็บตัวตั้งแต่เดือนมกราคม และอรได้เห็นความตั้งใจของเพื่อนๆ และรุ่นพี่ทุกคนรุ่นพี่บางคนก็อายุมากขึ้น  เหมือนกับว่าเป็นการลุ้น เพื่อไปแข่งขันโอลิมปิก เป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ว่าได้ และก็คิดว่าอีก 4 ปีข้างหน้าก็ยังไม่ทราบ ว่าจะมีโอกาสได้ไปแข่งหรือเปล่า เพราะการแข่งขันวอลเลย์บอลโอลิมปิก ถือเป็นความฝันสูงสุดของนักกีฬาทุกคน… แต่ความฝันของอรไม่ใช่ว่าไปโอลิมปิกแล้วต้องได้เหรียญกลับมา ความฝันของอรคือขอให้ได้เข้าร่วมการแข่งกีฬาโอลิมปิก…สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็พอใจแล้ว

   

ได้รับสมญานามว่า “นักตบมือเพชฌฆาตแห่งเมืองคนดี” รู้สึกอย่างไร ?

     (หัวเราะแบบเขินๆ…) ถ้าถามว่าฟังดูน่ากลัวมั๊ยอรก็ว่ามันน่ากลัว… ผู้หญิงคนนี้ต้องตบแรงแน่ๆ อย่างตอนแข่งขันมีผู้ประกาศว่า ตบหนักอย่างนี้จะหาแฟนได้มั๊ย…อรต้องอยู่ไปคนเดียวตลอดชีวิตมั๊ยเนี่ย…(คิดเล่นๆ) …แต่ถ้าถามว่าดีใจมั๊ย ก็ต้องตอบว่าดีใจ…ถ้าหากเขาไม่ได้สนใจเรา ไม่ดูเราจริงๆ เขาคงไม่ตั้งสมญานามให้ เพราะว่าน้อยคนที่จะมีคนสนใจ และตั้งชื่อให้อย่างนี้…เป็นแฟนคลับเรา ก็ต้องรักเรา คิดอยู่ในใจลึกๆ…ก็ดีใจมาก

27-Ex-6

มีข้อคิดดีๆสำหรับรุ่นน้องที่รักการเล่นวอลเลย์บอลและจะก้าวขึ้นมาเป็นทีมชาติได้อย่างไร ?

     อรอยากจะฝากข้อคิดให้น้องๆที่รักกีฬาไม่ใช่เฉพาะวอลเลย์บอลเท่านั้นถ้าน้องๆรัก…ที่จะเล่นกีฬาแล้วขอให้มีใจรัก…และทำตรงนั้นให้ดีที่สุดเต็มที่ที่สุดการเรียนก็ไม่ควรให้เสียหรือที่เรียกว่าอายุไม่แก่เกินเรียนย้อนกลับมาเรียนได้เหมือนอรและการเล่นกีฬาใช่ว่าเสียการเรียนเพราะคนที่เป็นนักกีฬาที่อรรู้จักทุกคนเรียนเก่งและอรเคยได้ยินบางคนพูดว่าคนเล่นกีฬาเก่งเป็นคนโง่…”คนโง่จะมาเล่นกีฬาได้อย่างไร ?…เพราะการเล่นกีฬาต้องใช้สมองเหมือนกันและอย่าคิดว่าแพ้…เมื่อยังไม่ได้ทำ…

   

ประทับใจในการแข่งขันแมตช์ใดมากที่สุดเพราะอะไร ?

     อรประทับใจในการแข่งขันชิงแชมป์เอเซียที่ประเทศเวียดนาม เป็นครั้งแรกที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้แชมป์รายการนี้ และที่สำคัญอรได้รับรางวัลผู้เล่นตบยอดเยี่ยม และผู้เล่นทรงคุณค่าสำหรับการแข่งขัน  MVP (Most Valuable Player) จากรายการนี้ด้วย และหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการเล่นวอลเลย์บอลคือ …ความสามัคคีของทีม  เพราะวอลเลย์บอลเป็นกีฬาประเภททีมผู้เล่นทั้ง 12 คน กับโค้ชอีก 3 คนเป็น 15 คน ทุกคนถือว่าเป็นคนที่มีความสำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะมีหน้าที่รับผิดชอบในตำแหน่งอะไรก็ตาม หรือไม่ว่าจะเป็น 6 คนแรกที่ลงเล่น แม้กระทั่งตัวสำรองอีก 6 คนก็สำคัญเพราะถ้า 6 คนแรกบาดเจ็บ 6 คนหลังก็ทำหน้าที่แทนได้ ส่วนเรื่องการฝึกซ้อมถ้าไม่มีอีก 6 คน แล้วเราจะซ้อมกันอย่างไร… ไม่ใช่ว่าอรอุมาดัง… ปลื้มจิตร์ดัง… อรคิดว่าทุกคนดังเท่ากันหมด…

     อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบอรอุมาสิทธิรักษ์ และเพื่อนๆนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย มีโอกาสได้ไปเล่นวอลเลย์ลีกอาชีพในต่างประเทศ แบบยกทีมนั้น… ก็เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่า มาแข่งขันวอลเลย์บอลให้กับทีมชาติไทยต่อไป และได้ค่าเหนื่อยเป็นกอบเป็นกำ ในฐานะนักวอลเลย์บอลอาชีพ อย่างภาคภูมิใจของครอบครัว และของคนไทยทุกคนซึ่งเป็นอีกแรงบันดาลใจหนึ่ง ให้กับนักกีฬาวอลเลย์บอลคลื่นลูกใหม่ในอนาคต เพื่อการก้าวไปสู่จุดหมายสูงสุด วอลเลย์บอลโอลิมปิก

ดัดแปลงจาก คอลัมภ์ Exclusive

นิตยสาร @Surat ฉบับที่ 27 พฤศจิการยน 2555

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!