รองศาสตราจารย์ ดร.เจริญ นาคะสรรค์ มองอนาคตการศึกษา เสริมความแกร่งด้วยงานวิจัยยางพารา (ตอนแรก)

รองศาสตราจารย์ ดร.เจริญ นาคะสรรค์ มองอนาคตการศึกษา เสริมความแกร่งด้วยงานวิจัยยางพารา (ตอนแรก)

หลายเดือนที่ผ่านมาของปี 57 ข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์ ยาง 3 กิโล 100 ตกต่ำที่สุดในรอบ 40 ปี  ย่อมเป็นข่าวที่มีผลกระทบกับเกษตรกรชาวสวนยางไปทั่วประเทศ เพราะยางพาราคือ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทยโดยเฉพาะชาวภาคใต้เกือบทั้งร้อยทำอาชีพสวนยาง เมื่อราคายางตกต่ำย่อมทำให้เศรษฐกิจ ค่าครองชีพธุรกิจการค้าขายของชาวบ้านติดขัดกันเป็นลูกโซ่ ดังนั้นหลาย ๆ รัฐบาลต่างหามาตรการมาช่วยเหลือ และอีกแง่มุมหนึ่ง ในภาคการศึกษาก็ไม่นิ่งเฉย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยระดับ TOP 5 ของประเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะงานของ สถานวิจัยความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยียางพารา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของ “รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ “ และสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่อาจารย์ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหาร

ประวัติกรศึกษและผลงนดีเด่น

ผมสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเคมี จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ หลังจากนั้นเข้าทำงานในบริษัทเอกชนได้ปีเศษๆ จึงตัดสินใจเข้าไปเรียนต่อระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์โพลิเมอร์ที่ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขณะที่กำลังศึกษาอยู่ก็ได้ทำงานไปพร้อมกันและได้รับทุนพัฒนาอาจารย์ (UDC) ของ ม.อ.ปัตตานี หลังจากจบการศึกษาก็มีโอกาสไปทำงานที่ ม.อ. วิทยาเขตปัตตานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นอาจารย์ประจำอยู่ 2 ปี และได้รับทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ไปเรียนต่อด้านวิศวกรรมโพลิเมอร์ที่มหาวิทยาลัยแบล็ดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ใช้เวลาศึกษากว่า 4 ปี และในปี พ.ศ. 2540 ก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก และเริ่มทำงานเป็นอาจารย์และนักวิจัย จนได้เลื่อนขึ้นไปตามลำดับ พอทำงานได้สักระยะหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้อนุมัติให้จัดตั้งสถานวิจัยความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยียางพารา ก็ได้เริ่มงานเป็นผู้บริหารในฐานะผู้อำนวยการสถานวิจัยความเป็นเลิศฯตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2550 ได้รับการสรรหาให้เป็นคณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี ขณะเดียวกันก็ทำงานวิจัยและบริหารสถานวิจัยความเป็นเลิศฯควบคู่กันไปด้วยสาเหตุที่ต้องการทำงานด้านยางพาราเพราะต้องการหาความรู้ด้านยางพาราเพื่อจะนำไปพัฒนาความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียางพาราให้กับประเทศ และในปี พ.ศ. 2553 ทางมหาวิทยาลัยฯโดยท่านอธิการบดีคนปัจจุบัน คือ รองศาสตราจารย์ ดร. ชูศักดิ์ ลิ่มสกุลได้มอบหมายให้ผมไปดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีที่  ม.อ.วิทยาเขตสุราษฎร์ฯ เพื่อพัฒนาวิทยาเขตฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ขณะนี้ก็ทำงานที่นี้มาประมาณเกือบ 3 ปีแล้ว ก็ทำหน้าที่เป็นรองอธิการบดีฯไปพร้อมกับทำงานด้านการวิจัยด้านยางพาราเช่นเดิม

3_1-2

ผมได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ  สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ของสภาวิจัยแห่งชาติ และรางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมูลนิธิโทเร  ประเทศไทย  เมื่อปีพ.ศ.2553  ในขณะที่ผมดำรงตำแหน่งคณบดีฯ รางวัลที่ได้เป็นเป็นผลงานวิจัยในเชิงประจักษ์ในภาพรวมด้านยางพารา  คือ  เริ่มจากน้ำยางออกมาจากต้นยาง  แล้วทำอย่างไรจะเปลี่ยนแปลงให้เพิ่มมูลค่าของยาง เพื่อขยายขอบเขตการใช้งานในรูปแบบต่างๆ  โดยเฉพาะจากฐานความรู้ปริญญาตรีด้านเคมี  ทำให้ผมเข้าใจธรรมชาติของโมเลกุลยางพาราเป็นอย่างดี จึงสามารถดัดแปลงโมเลกุลได้หลายรูปแบบ เช่น เราสามารถเปลี่ยนโมเลกุลยางให้เป็นวัตถุทนไฟตั้งแต่ระดับต่ำจนกระทั่งจุดไฟไม่ติด  หรือเปลี่ยนยางให้เป็นวัสดุนำไฟฟ้าได้  ซึ่งวัสดุดังกล่าวนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นแนวทางใหม่ที่เรากำลังเสนอกับรัฐบาล เพื่อเพิ่มขอบเขตการใช้งานยางพารา  ซึ่งงานวิจัยในลักษณะนี้เป็นภาพรวมที่เรียกว่า Global Research Trend หรือทิศทางงานวิจัยของโลกที่จะเกิดประโยชน์กับคนทั้งโลก ไม่เพียงแต่คนไทย เราจึงไม่ได้มองที่พื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ฯ หรือภาคใต้เท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาเพื่อมนุษยชาติ เนื่องจากยางมีคุณประโยชน์มากมาย  นอกเหนือจากที่เห็นโดยทั่วไป เช่น  การทำยางล้อรถยนต์  ล้อรถบรรทุก  ล้อเครื่องบิน  รองเท้ายาง หรือยางฟองน้ำ เป็นต้น

ผลของการทำงานวิจัยมีการนำไปต่อยอดอย่างไร?

ผมคิดว่าสถานการณ์ของบ้านเรา “ตีกลองคนละที”หมายความว่านักวิจัยก็ทำการวิจัยและพัฒนาไป ส่วนภาครัฐก็ทำไปในทิศทางที่ตอบสนองต่อความต้องการของรัฐบาลในแต่ละยุค ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของงานวิจัย หรือเข้าใจการวิจัยไม่ครบวงจร ไม่มีความต่อเนื่อง เปลี่ยนแปลงไปตามรัฐบาล ซึ่งโดยทั่วไปงานวิจัย หากทำในระยะสั้นๆแล้วให้เกิดประโยชน์ ในการนำไปประยุกต์นำไปใช้เลย เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ต้องมีการวิจัยพื้นฐานเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เพียงพอเช่น การที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถส่งยานอวกาศ อพอลโล 11ขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ได้ นักวิจัยต้องเริ่มจากการศึกษาวิชาฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์และงานวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง “การวิจัยยางพารา”ก็ในทำนองเดียวกัน กว่าที่การจะนำองค์ความรู้มาทำผลิตภัณฑ์ได้ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานมากมาย  และต้องมีการวางแผนเป็นระยะๆ  ในวันนี้ทีมวิจัยของ  ม.อ.  ได้เดินทางมาครบเกือบทุกระยะ  หมายความว่า เรามีผลวิจัยในหลายเรื่องที่น่าจะสามารถส่งเสริมและประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมและประชาชนในภาพรวมได้โดยสามารถส่งเสริมให้มีการผลิตในระดับ  วิสาหะกิจชุมชนสหกรณ์ชาวสวนยาง หรือใน SMEs ในการพัฒนาคุณภาพยางให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะด้านการอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ผมและทีมงานวิจัยได้มีโอกาสลงไปช่วยเหลือมาโดยตลอด  โดยเฉพาะในพื้นที่  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ลงไปดูแลโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน  โรงงานผลิตน้ำยางข้นเพื่อที่จะส่งเสริมให้คำปรึกษาให้มีการผลิตยางที่มีคุณภาพที่ดีและเหมาะที่จะใช้ต่อในอุตสาหกรรมต่างๆ  ต่อไป  ในส่วนงานวิจัยที่เกิดขึ้นจากทีมวิจัยที่ผมมีส่วนร่วม ผมคิดว่าต้องมีการนำงานวิจัยไปต่อยอด ขยายผลให้เกิดผลิตภัณฑ์ยางที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ

 รางวัลที่อาจารย์ได้รับจากงานวิจัยมีความภูมิใจ และรู้สึกอย่างไร

ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับรางวัลในระดับนี้ ผมเป็นนักวิจัยโนเนมอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยในขณะนั้น  ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิต จริงๆ  ก็ประหลาดใจว่าเขาให้เราได้อย่างไร  ในเมื่อมีคนเก่งในประเทศนี้จำนวนมาก แต่เมื่อปรากฏว่าเราได้การพิจารณาให้ได้รับรางวัลก็รู้สึกดี และเป็นการตอกย้ำว่า สิ่งที่เราทำมาตลอดระยะเวลาหลายปีเป็นสิ่งที่ดีเกิดประโยชน์กับประเทศ  สร้างความมั่นใจว่าในการพัฒนาองค์ความรู้ทั้งในส่วนที่จะนำกลับมาสอนให้กับลูกศิษย์ และก็สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ยางชนิดใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับประเทศไทย อย่างไรก็ตามบางคนไม่เข้าใจ และมีหลายคนที่พูดให้เราเสียกำลังใจมาบ้างในระยะที่ดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาแต่ผมก็มีความตั้งใจ มุ่งมั่นและต่อสู้มาตลอด พอได้รางวัลดังกล่าว ก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าสิ่งที่เราได้ทำมานั้นเป็นสิ่งที่ถูกและเป็นสิ่งที่ดี และการเป็นลูกศิษย์ของสงขลานครินทร์มาตั้งแต่ต้น ก็ได้รับเอาพระปณิธานของสมเด็จพระราชบิดา สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในเรื่องของการสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น ที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์และเกียรติยศ จะตกแก่ตัวท่านเอง  ถ้าท่านทรงธรรมแห่งอาชีพ  ไว้ให้บริสุทธิ์”และวรรคสุดท้ายของพระปณิธานที่ว่า  การทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ จะได้มาซึ่งลาภ ทรัพย์และสรรเสริญ นั้นเป็นจริงแล้วเป็นเวลากว่า 20 ปี ที่ผมตั้งใจทำงานอุทิศเวลา ด้วยความอุตสาหะและมีธรรมะแห่งอาชีพ ก็ได้มาซึ่งลาภทรัพย์ และสรรเสริญจริงๆ เกิดประโยชน์แก่คนไทย สุดท้ายก็มีคนเห็น และได้รับรางวัลดังกล่าว สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน คือ “ความสุข”

ดร.เจริญ นาคะสรรค์

การที่ผมได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ต้องภูมิใจครับ และผมเป็นคนที่ 3 ของนักวิจัย ม.อ. ที่ได้รับรางวัลนี้ ในขณะนี้ทั้งมหาวิทยาลัยฯ มีผู้ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ มาแล้วทั้งหมด 5 คน และผมเป็นคนเดียวที่เป็นนักวิจัยจากวิทยาเขตอื่นที่ได้รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ

สาเหตุที่ทำให้ราคายางพาราตกต่ำเป็นเพราะอะไร ? และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ?

เพราะขณะนี้ปริมาณยางมีมากกว่าความต้องการ เนื่องจากการใช้งานส่วนใหญ่คือ ใช้ทำยางล้อ โดยเฉพาะล้อรถขนาดใหญ่ ล้อเครื่องบิน และล้อรถยนต์ ส่วนมีการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ  มีในปริมาณที่ไม่สูงนัก  ในขณะเดียวกันเพื่อนบ้านประเทศใกล้เคียงกับเรา เช่น ประเทศลาว ประเทศเขมร ก็มีศักยภาพและเพิ่มพื้นที่ในการปลูกยางรวมทั้งภาคใต้ของประเทศจีน  ประเทศเวียดนาม  และประเทศอินเดียก็มีการเพิ่มปริมาณการผลิตยางเช่นกัน  ซึ่งยางดิบของไทยส่วนใหญ่ส่งออกไปขายที่ประเทศจีน และเมื่อไหร่ที่ประเทศจีนลดปริมาณการนำเข้า หรือสภาวะทางเศรษฐกิจไม่ดี เราก็จะมีปัญหา ก็เป็นเรื่องของอุปทาน อุปสงค์ นอกจากนี้รัฐบาลในอดีตมีนโยบายในการขยายพื้นที่การปลูกยางในภาคเหนือและอีสาน โดยที่ไม่มีแผนรองรับด้านการผลิตยาง การผลิตผลิตภัณฑ์ยางในประเทศและการขยายขอบเขตการใช้งานยาง ก็สร้างปัญหาในด้านยางล้นตลาด ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาในขณะนี้ ที่น่าจะเป็นทางออกที่ดี คือ การเปลี่ยนยางให้ไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ หรือขยายขอบเขตการใช้งานยางไปทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยเฉพาะการทดแทนการใช้งานยางสังเคราะห์ โดยที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศ

ทางยุโรปหรืออเมริกา พยายามที่จะนำยางสังเคราะห์มาแทนยางธรรมชาติ เพราะเขาเป็นเจ้าตลาดของยางสังเคราะห์อยู่แล้ว  ดังนั้นยางธรรมชาติที่ใช้งานในประเทศเหล่านี้อยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นชิ้นงานที่ไม่สามารถนำมาทำยางสังเคราะห์มาใช้แทนได้ ปัจจุบันปริมาณการใช้ยางในประเทศเราต่ำมากกล่าวคือมีเพียงประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากเรามุ่งแต่ส่งออกยางดิบเป็นส่วนใหญ่  ทำให้มูลค่าของยางเราไม่สูง แนวทางแก้ไขที่สำคัญ  คือการทำผลิตภัณฑ์ยางแล้วเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศ  ซึ่งถ้าสามารถเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว เราก็สามารถเพิ่มราคายางพารากิโลละ 40 บาท ให้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปได้เรื่อยๆ จนถึงกิโลละ 80 บาทแบบสบายๆ เพียงแค่เริ่มเพิ่มปริมาณการใช้ ราคายางก็ขยับขึ้นตามทันที การใช้ในประเทศในปริมาณสูงๆ เช่น นำยางมาใช้ทำเป็นถนน แต่ในสภาวะปัจจุบันพบว่าต้นทุนยังไม่สามารถแข่งขันกับการใช้ยางมะตอยได้คงจะต้องวิจัยและพัฒนากันต่อเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งราคาต้นทุนและคุณภาพของถนน ทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และทีมงานวิจัยด้านยางพาราได้เสนอข้อเสนอโครงการต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันในการสร้างสนามฟุตซอล  และสนามเด็กเล่น  โดยใช้ยางพาราทดแทนการใช้ยางสังเคราะห์ โดยที่สนามฟุตซอล 1 สนามต้องใช้ยางพาราประมาณ 5 ตัน และทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้สร้างสนามต้นแบบไว้แล้วที่  3  จังหวัดชายแดนใต้  เช่น  ที่อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งพบว่าสนามนี้สามารถใช้งานได้จริง เราจึงมีโครงการที่จะส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนที่มีความเข้มแข็ง เป็นผู้ผลิต โดยให้รัฐบาลปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำมาลงทุนซื้อเครื่องจักร และวัตถุดิบในการผลิตแผ่นยางสำหรับทำสนามฟุตซอล และขอการสนับสนุนให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆ  ให้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว ตัวอย่างเช่น โรงเรียนมี 10,000 โรง หนึ่งสนามฟุตซอลใช้ยางประมาณ5 ตัน คิดง่ายๆ เราใช้ยางไปแล้ว 50,000 ตัน ถ้ามียางในสต็อคจำนวน 200,000 ตัน ใช้ไม่นานก็หมด นอกจากนี้ยังสามารถนำไปสร้างพื้นสนามเด็กเล่น ซึ่งใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับสนามฟุตซอลหรือพื้นในโรงพยาบาล ที่เวลาผู้ป่วยล้มก็ไม่เกิดการบาดเจ็บ หากเป็นยางในรูปแบบน้ำยางก็สามารถนำไปคอมพาวด์ด้วยสารเคมี และนำไปพ่นสเปรย์ทำสระเก็บกักน้ำใช้ในทางเกษตรและอุตสาหกรรมซึ่งเราถ่ายทอดเทคโนโลยีไว้ในหลายที่ทั้งในภาคใต้เช่น ที่องค์การสวนยาง จ.นครศรีธรรมราช และในภาคตะวันออกที่ จ.ชลบุรี โดยหลักการคือใช้ผ้ามาปู นำน้ำยางที่คอมพาวด์สารเคมีเรียบร้อยพ่นสเปรย์ลงไป แล้วทำให้เกิดการสุกของพื้นยางก็จะแข็งแรง สามารถเก็บกักน้ำได้ นอกจากนี้ยังนำมาผลิตยางฟองน้ำทำหมอน ทำที่นอนยางพาราปัจจุบันมีราคาแพงเพราะเป็นมูลค่าทางเทคโนโลยีแต่ถ้าชาวบ้านทำได้เองราคาก็น่าจะถูกลง และเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ยางที่ผลิตได้เอง  ซึ่งทีมนักวิจัยมีโรงงานต้นแบบสำหรับการผลิตยางฟองน้ำที่ ม.อ. วิทยาเขตปัตตานีและสุราษฎร์ฯ ที่พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การต่อยอดของภาคเกษตรกรและภาคเอกชนได้

ภาพรวมของอุตสาหกรรมยางพาราปัจจุบันเป็นอย่างไร

อุตสาหกรรมยางในบ้านเราน่าจะแบ่งได้ 3 ประเภทคือ

อุตสาหกรรมข้ามชาติ เป็นการนำเทคโนโลยีการผลิตของตนเองเข้ามาและใช้วัตถุดิบยางพาราในบ้าน เช่น บริษัทผลิตยางล้อขนาดใหญ่ เช่น บริษัทกูดเยียร์, บริจสโตน มิชชิลิน และบริษัทผลิตยางขนาดใหญ่อื่นๆ ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเพราะอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ  รวมทั้งแรงงานที่มีราคาถูก

อุตสาหกรรมระดับกลาง เป็นอุตสาหกรรมที่ยังต้องการความรู้จากการวิจัยและพัฒนาอยู่มากเช่น บริษัทผลิตชิ้นส่วนยางอะไหล่ ที่จริงบริษัทเหล่านี้งานวิจัยมีความจำเป็นมากในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์มากและในปัจจุบันก็มีการวิจัยและพัฒนากันบ้างบางส่วน แต่ส่วนหนึ่งเขาสนใจซื้อเทคโนโลยีเข้ามามากกว่าการวิจัยและพัฒนาด้วยตนเอง จึงทำให้งานวิจัยของคนไทยไม่ได้รับความสนใจมากนัก

บริษัทระดับ SMEs ส่วนใหญ่ผลิตผลิตภัณฑ์ยางโดยการอาศัยประสบการณ์และลองผิดลองถูกมักจะมีการเก็บสูตรต่างๆ เป็นความลับ บริษัทเหล่านี้ต้องการทั้งความรู้ ทักษะการผลิตและการบริหาร รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์ ดังนั้นถ้างานวิจัยจะเข้าไปมีส่วนช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมยาง ก็น่าจะเข้าไปอุตสาหกรรมในระดับกลาง และ SMEs โดยเข้าไปช่วยแก้ปัญหาการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ๆได้ ส่วนบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เขามีสำนักงานวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนใหญ่จึงไม่ได้สนใจงานวิจัยของเรา ผมคิดว่าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยคือ ต้องสร้างงานวิจัย และการสร้างฐานความรู้เอาไว้ เมื่อไหร่ที่มีคนต้องการ ก็สามารถหยิบเอาไปใช้ได้ มีบางคนปรามาตรว่า นักวิจัยมหาวิทยาลัยฯเอางานวิจัยขึ้นหิ้ง ผมก็ยังคิดทางบวกนะครับ ว่าวันไหนที่มีปัญหาก็สามารถหยิบงานวิจัยจากหิ้งนี้มาใช้ได้ แต่ถ้าไม่มีงานวิจัยบนหิ้ง ก็ไม่รู้ว่าจะหยิบเอาความรู้จากที่ไหนมาใช้และหน้าที่ของรัฐบาลก็ต้องสร้างฐานงานวิจัยทั้งงานวิจัยเชิงพื้นฐานและเชิงประยุกต์ไว้ และส่วนที่สำคัญของมหาวิทยาลัย คือ การนำผลงานวิจัยสู่ชั้นเรียน นำไปสอนนักศึกษา เพื่อให้เขาได้เรียนรู้จากองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการวิจัย และผมมั่นใจว่างานวิจัยของประเทศเราหลายๆ เรื่องมีคุณภาพดีกว่างานวิจัยของฝรั่ง ทาง ม.อ.เองก็ได้มีการส่งเสริมสนับสนุนผลงานวิจัยสู่ชั้นเรียนให้มากขึ้น แต่ก็คงค่อยเป็นค่อยไป

มองภาพรวมของยางพาราที่เป็นพืชทางเศรษฐกิจไว้อย่างไร ?

ยาง  เป็น “พืชเศรษฐสังคม” เพราะเป็นพืชที่เกี่ยวกับสังคมและวิถีชีวิตของคนไทยโดยเฉพาะคนภาคใต้  เพราะเมื่อไหร่ที่ยางราคาตกต่ำ ทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรมีความยากลำบาก แม้แต่งานทอดกฐินก็ยังไม่มีคนทำบุญเลยหรือทำบุญน้อยลง แม่ค้าในตลาดนัดก็ขายของกันไม่ได้ กลายเป็นเรื่องที่กระทบกับสังคมและความเป็นอยู่ วันนี้รัฐบาลต้องส่งเสริมให้ลดการพึ่งพาการส่งออกให้น้อยลง และผมมั่นใจว่าการที่ ม.อ. กำลังพยายามวิจัยและพัฒนาการเพิ่มมูลค่าและการขยายขอบเขตการใช้งานยางพาราเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่เราต้องการ คือ การส่งเสริมจากภาครัฐอย่างเป็นระบบที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ  ถ้าในอดีตเรามีนโนบายจากภาครัฐที่ชัดเจนยางพาราจะไม่มีปัญหามากอย่างทุกวันนี้ส่วนเรื่องการประกันราคายางก็ควรเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น เพราะถ้าเรามีระบบการบริหารจัดการที่ดี การพัฒนามูลค่า การขยายขอบเขตและเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศ  เราคงไม่ต้องประกันราคาเนื่องจากกลไกตลาดจะทำให้ราคายางเข้าสู่ความสมเหตุสมผลเอง และเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรผู้ทำสวนยาง  ส่วนเรื่องของการจำกัดโซนนิ่ง ผมเห็นด้วย เพราะยางพาราสามารถปลูกแล้วให้ผลดีเฉพาะบางพื้นที่  โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสภาพความชื้น  อย่างภาคอีสานจะได้ผลดีในส่วนที่ใกล้กับลุ่มน้ำเท่านั้น ส่วนหลายจังหวัดที่นำยางไปปลูกบนภูเขานั้นน่าจะไม่ได้น้ำยางที่ดี ดังนั้น ต้องปลูกในสภาพพื้นที่ที่มีความชื้นเพียงพอในภาคใต้บางพื้นที่ ก็ไม่สามารถปลูกยางได้ดี ที่จริงแล้วควรมีการรวบรวบข้อมูลเป็นรายจังหวัด วันไหนที่เราใช้ผลิตภัณฑ์ยางในประเทศให้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ผมมั่นใจว่าชาวสวนยางทุกคนจะมีความสุข เนื่องจากราคายางจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามราคายางก็จะมีขึ้นมีลงสลับกันไปเป็นไซเคิล ตามสภาวะของเศรษฐกิจโลก ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงขาลง เพราะสภาวะเศรษฐกิจโลกและการลดลงของราคาน้ำมัน นอกจากนั้นหลายประเทศมีการผลิตยางในปริมาณสูงอยู่ ราคายางก็คงยังมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นได้น้อย

 

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!