วิรัช พงศ์ฉบับนภา “หนึ่งใจ” รวมพลังแห่งศรัทธา “ศาลเจ้ากวนอู”

         

วิรัช พงศ์ฉบับนภา

วิรัช พงศ์ฉบับนภา
ประธานศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย
นายกสมาคมศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย
กรรมการผู้จัดการบริหารโรงแรมพาวิลเลี่ยน สมุยบูทิครีสอร์ท

ด้วยความที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำแต่กำเนิด บรรพบุรุษนั้นเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเกาะไหหลำประเทศจีน ประกอบกับเป็นคนช่างคิด ช่างพูด ตรงไปตรงมา และเป็นผู้หลงใหลรักในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์เป็นชีวิตจิตใจ จนหลายคนขนานนามยกย่องให้เป็นกูรูแห่งเมืองคนดี โกฉุย-วิรัช พงศ์ฉบับนภา ผู้สวมหมวกนายท้ายเรือใหญ่ของ “พาวิลเลียนสมุยบูทิครีสอร์ท” แห่งหาดละไม กับภารกิจรวมพลังแห่งศรัทธา นำชาวไทยร่วมสร้าง “ศาลเจ้ากวนอู” อัครศาสนสถานแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ให้บรรลุก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกสายตา ทั้งยังเป็นมรดกชิ้นสำคัญของประเทศในอนาคตเปรียบเสมือนแลนด์มาร์คใหม่ของ “เกาะสมุย”

 

เรียนถามประวัติส่วนตัวและการศึกษา มีความเป็นมาอย่างไร

ผมเป็นคนเกาะสมุย เกิดที่ตำบลมะเร็ต บ้านหาดละไม หรือที่เรียกว่าหมู่บ้านชายทะเล พ่อผมเป็นคนจีนเชื้อสายไหหลำ แซ่ทางเด ผม “แซ่ภู่” ส่วนทางย่าผม “แซ่ลิ้ม” บนเกาะสมุยเราเป็นลูกหลานคนจีน หรือที่เรียกว่า “เด่งหน่าง” ส่วนทางแม่ผมเป็นคนไทย ผมเติบโตมาก็ได้เข้าโรงเรียนเกาะสมุย จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วไปต่อมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ที่โรงเรียนเตรียมอุดม พญาไท กรุงเทพมหานคร จากนั้นเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ เมื่อเรียนจบจึงทำงานกับบริษัทเอกชนด้านขายปุ๋ยได้ระยะหนึ่ง หลังจากนั้นกลับมาที่บ้านเกิด “เกาะสมุย” ได้เห็นว่าบ้านเราเริ่มเป็นเมืองท่องเที่ยว ก็เลยเริ่มก่อร่างสร้างตัวทำโรงแรมเมื่อปี พ.ศ.2530 เริ่มต้นเปิดบริการด้วยบังกะโลหลังเล็กๆ พัฒนามาเรื่อยมาหลายเวอร์ชั่น จนมาถึงทุกวันนี้โดยใช้ชื่อโรงแรม พาวิลเลียน มาตั้งแต่เริ่มต้นบนพื้นที่จำนวน 1 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินมรดกของผมด้วยพื้นที่ครึ่งไร่ และได้ซื้อเพิ่มเติมทีละเล็กละน้อยจากวงศาคณาญาติ เรื่อยมาจนปัจจุบันนี้มีพื้นที่กว่า 6 ไร่

บรรพบุรุษของท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับศาลเจ้ากวนอูอย่างไร?

เกาะสมุยจริงๆ อาจกล่าวได้ว่าเป็นเกาะไหหลำที่ 2 ของโลก ก็ว่าได้ด้วยคนจีนดั้งเดิม เป็นคนจีนไหหลำล้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ และคนไหหลำ ที่นี่ก็มาจากอำเภอเดียวกันกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ คือ อำเภอบุ่นเซี่ยว ทุกวันนี้ภาษาจีนแมนดารินเรียก เหวินชาง (Wenchang) โด่งดังเรื่องตำนานข้าวมันไก่ เพราะที่นั่นมีไก่พันธุ์พิเศษ  เรียกเป็นภาษาไหหลำว่า บุ่นเซียวโก๋ยซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ไก่เหวินชาง ตามภาษาแมนดาริน และเป็นดินแดนหญิงดังผู้มีอิทธิพลในประวัติศาสตร์จีน คือ สามพี่น้องสกุลซ่ง  ซึ่งเป็นบุตรของซ่งเย่าหยู หรือ เรียกกันว่า ชาลีซ่ง ซึ่งแซ่เดิมคือ แซ่ห่าน  คือคนโตชื่อ ซ่งอ้ายหลิง ภรรยานายธนาคารมหาเศรษฐีชื่อ ข่งเสียงซี คนที่สองชื่อ ซ่งซิงหลิง ภรรยา ดร.ซุนยัตเซ็น ซึ่งได้รับการขนานนามว่า บิดาแห่งประเทศจีน คนที่สามคือ ซ่งเหมยหลิง ภรรยาประธานาธิบดี เจียงไคเช็ค อย่างไรก็ตามคนจีนไหหลำอาศัยอยู่ริมทะเล ทำมาค้าขาย ส่วนคำถามว่าทำไมคนจีนไหหลำชอบทำโรงแรม เพราะว่าคนจีนไหหลำ ติดต่อกับชาวต่างชาติมายาวนาน เช่นเดียวกับชาวเมืองกวางตุ้ง เพราะไหหลำอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง และเนื่องจากการค้าขายสมัยโบราณนั้นไม่มีธนาคาร ดังนั้นการรักษาคำพูดทางการค้าเป็นเรื่องสำคัญ ก็จึงต้องมีเทพที่พอเป็นที่อ้างอิงได้มาเกี่ยวข้อง ซึ่ง “เทพ” นั้นในประวัติศาสตร์กว่า 2 พันปี ไม่มีใครเกินกว่า “ท่านกวนอู” ซึ่งท่านเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์และคุณธรรม ท่านเป็นเสมือนเครื่องหมายทางการค้าไปด้วยดังนั้นคนจีนไหหลำ จึงนับถือเทพ 3 องค์ คือ เทพกวนอู บุนเถ่ากง ซึ่งเป็นเทพประจำตำบล และเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเจ้าแม่ทับทิมเป็นเสมือน “เจ้าแม่แห่งการเดินเรือ” หรือเป็นแม่ย่านางเรือ และไม่ว่าคนจีนไหหลำไปตั้งรกรากที่ไหนก็จะมีเทพ 3 องค์นี้ รวมถึงองค์รักษ์ของท่านกวนอู คือ กวนเพ้ง(ผิวขาว) และ จิวซ่าง (ผิวดำ) จะสลักด้วยไม้ไว้แทบทุกศาลเจ้าไหหลำ แต่ที่ศาลเจ้าบนเกาะสมุยไม่มีเจ้าแม่ทับทิม เพราะว่าตอนที่มาเจ้าแม่ทับทิมมาถึงเกาะสมุย เมื่ออัญเชิญเจ้าแม่กลับไม่ขึ้นประทับที่นี่ แต่ไปขึ้นประทับที่จังหวัดระยอง ทุกวันนี้คือศาลเจ้าแม่ทับทิมจังหวัดระยอง พอผมมาปรับปรุงศาลเจ้า ผมก็ไปพบบันทึกมาปรากฏว่า บรรพบุรุษของผมก็เป็นหนึ่งใน 4 คนที่ได้นำเทวรูป “กวนอู” กับ “บุ่นเถ่ากง” พร้อมองครักษ์ทั้งสองมาจากเมืองจีน เมื่อปี พ.ศ. 2405 ตรงกับปีแรกของ ท่งจีฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ชิง แต่สั่งสร้างที่เมืองจีนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2400 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านหน้าค่าย อยู่ทางทิศใต้ของศาลเจ้าปัจจุบันนี้ เพราะที่ศาลเจ้าตั้งอยู่หน้าค่ายเนื่องจากที่เกาะสมุยของเราสมัยก่อนเป็นที่ตั้งค่ายของกองเสบียงทัพกรุงศรีอยุธยาแต่โบราณ จนกระทั่งถึงยุคพระเจ้าตากสิน กองทัพจะใช้ทุ่งนาหน้าเมืองเป็นที่ปลูกข้าว ก่อนขึ้นไปตีเมืองนครศรีธรรมราช หรือไปตีเมืองปัตตานี เพราะฉะนั้นหน่วยล่วงหน้าหรือกองเสบียงจะมาปลูกข้าวล่วงหน้านานเป็นปี การตั้งค่ายก็ตั้งอยู่ตำบลนั้น จึงเรียกว่า ตำบลหน้าค่ายตัวศาลเจ้าแต่ก่อนนี้เรียกว่า ศาลเจ้าหน้าค่าย คนจีนรุ่นเก่าๆ จะรู้จักชื่อนี้เป็นส่วนมาก

35-Ex (2)

การย้ายศาลเจ้ากวนอูจากบ้านหน้าค่ายมาอยู่ที่หัวถนนมีความเป็นมาอย่างไร?

สมัยก่อนยังไม่มีถนนรอบเกาะความเจริญก็อยู่ที่บ้านหน้าค่ายเป็นหลัก ต่อมากาลเวลาเปลี่ยนไปมีถนนเชื่อมโยงกับตำบล หน้าทอน เมืองจึงย้ายมาที่หัวถนน ประมาณปี พ.ศ. 2478 ในเมื่อเมืองเปลี่ยนศาลเจ้าที่เคยเป็นที่สักการะของคนไหหลำก็ต้องย้ายมาด้วย มาตั้งอยู่ที่ปัจจุบันบริเวณริมถนน แต่กาลเวลาต่อมาคนจีนล้มหายตายจาก คนรุ่นหลัง รุ่นผมพูดภาษาจีนกันไม่ได้ เพราะเนื่องจากยุคท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ห้ามเปิดสอนภาษาจีนทั่วประเทศ ผมก็ไม่มีโอกาสได้เรียน ตอนหลังลูกหลานไม่มีคนเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรม และส่วนใหญ่ก็เรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ บางคนก็ไปตั้งรกรากกันเลย ทำให้ที่นี่เงียบเหงา มีแต่คนแก่ศาลเจ้าก็ไม่มีคนอุปการะค้ำจุน ผมกลับมาทำโรงแรมใหม่ๆ ที่ศาลเจ้าก็มีแต่หยากไย่่ แมงมุม ประตูศาลเจ้าถูกปิดตายอยู่ตลอดเวลา จะเปิดเฉพาะวันตรุษจีนเท่านั้น ผมได้มากราบไหว้ท่านกวนอู ตอนนั้นชีวิตของผมยังลำบากอยู่ ผมก็ขอพรท่านให้ผมได้มีโอกาส มีทางออกในเรื่องการสร้างเนื้อสร้างตัว และวันหนึ่งวันใดผมก็จะมาบูรณะท่าน หลังจากที่ผมอธิษฐาน ก็เกิดสิ่งที่มหัศจรรย์กับผมหลายครั้งในชีวิต ทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่เราตั้งใจไว้เริ่มจะเป็นจริง และรู้สึกว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่ผมความเคารพนับถือช่วยเหลือให้ผมประสบความสำเร็จ  จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ แต่ว่ายังไม่มีโอกาส ไม่มีจังหวะให้ได้เข้ามาทำ และธุรกิจของตัวก็ยุ่งอยู่

แนวคิดในการสร้างศาลเจ้ากวนอูใหม่เกิดขึ้นได้อย่างไร?

วันหนึ่งกาลเวลาผ่านไปท่านกวนอูก็มาเข้าฝันบอกผมว่า “ถึงเวลาแล้ว” สิ่งที่เราได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ เมื่อถึงเวลาก็รู้สึกว่ามีสัญญาณต่างๆเกิดขึ้นบ่อย ผมก็เลยมากราบท่านอีกครั้ง และทอดเบี้ยอธิษฐาน ทุกอย่างท่านอนุมัติให้ทำ ผมมีความเชื่ออย่างนั้น เนื่องจากผมเป็นนักโหราศาสตร์สมัครเล่น เชื่อเรื่องภาคฟ้า ภาคดิน คนจีนไหว้ฟ้าไหว้ดินเพราะว่าคำว่า “ภาคดิน” ในทางโหราศาสตร์แปลว่า การกระทำของเรา หรือเรียกภาคมนุษย์คือ การกระทำการขยัน การศึกษา ส่วนคำว่า “ภาคฟ้า” หมายถึงภาคบุญบารมีเกิดจากบุญเก่าๆ ที่เราสะสมไว้ จากการที่เราทำบุญต่างๆ นั้น ผมเชื่อว่าทำให้เกิดเป็นประจุไฟฟ้า ในภพหน้า เมื่อภาคฟ้ามาเชื่อมหรือสัมพันธ์กับภาคดินก็จะทำให้เราเกิดโอกาสประสบความสำเร็จ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Opportunity คือ โอกาส ในเมื่อภาคฟ้าเปิด ภาคดินก็รุก เรียกว่า ฟ้าดินสัมพันธ์กัน ความสำเร็จก็ตามมา แก่คนนั้น เราทำกรรมอย่างไร ประจุจะเก็บไว้เป็นภาคฟ้าภพต่อๆ ไปเรื่องนี้ทางพุทธศาสนาเรียกว่า กรรมเก่า ส่งผลในภพถัดไป

ผมก็คิดว่าศาลเจ้าเดิมตั้งอยู่ติดถนนไม่มีที่จอดรถ ก็คิดว่าจะหาเงินอย่างไร ช่วยซื้อที่ดินให้ศาลเจ้ากวนอู เพราะปัจจุบันที่ดินบนเกาะสมุยมีราคาแพง ดังนั้นต้องแบ่งส่วนหนึ่งให้ศาลเจ้าประมาณ 1 ไร่ ศาลเจ้าเดิมมีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ รวมกันเป็น 3 ไร่ ส่วนที่เหลือเดิมก็คิดว่าจะนำมาแบ่งๆ กันแต่ตอนหลังมีเหตุ และทางท่านกวนอูก็มาเข้าฝันผมว่า ควรเอาที่ดินผืนนี้มาพัฒนา เพราะว่าด้านหลังศาลเจ้าในอนาคตอาจมีบางคนมาสร้างสิ่งไม่ดี หรือไม่ควรในที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็ปรึกษาในหมู่เพื่อนที่เป็นคนจีนไหหลำด้วยกัน ช่วยกันลงขันหลายล้านบาท อาทิ โกเจี้ยน ทำร้านทองที่หาดละไม โกลี ภูริภัทร คุณต้น โรงพยาบาลไทยอินเตอร์ เป็นกำลังหลักทางด้านการเงินที่ช่วยกันโดยใช้วิธีการผ่อน เราก็โชคดี พี่ปิ่นเจ้าของที่ดินก็ให้เราผ่อน ราคาที่ดิน40 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี เริ่มก่อสร้างด้วยการหาทุนบริจาค จากผู้ที่มีจิตศรัทธาในศาลเจ้า หรือคนที่ศรัทธาในตัวผม ที่เห็นว่าผมทำอะไรทำจริง ก็ก่อร่างสร้างอาคารอีกขึ้นมากว่า 30 ล้านบาท โดยผมออกแบบเองทั้งหมด เพราะไม่ชอบแบบศาลเจ้าที่เห็นกันโดยทั่วไป คือผมชอบงานด้านออกแบบ  ทั้งหมดรวมที่ดินก็ 70 ล้านบาท โดยรอบๆ บริเวณศาลก็ตั้งใจทำให้เป็นอาคารสถาปัตยกรรมจีนไหหลำเป็นชุมชนคนจีน เพราะผมเคยไปเที่ยวที่เมืองหลี่เจียงมา ชอบและประทับใจ

35-Ex (7)

ภายในศาลกวนอูประกอบด้วยส่วนใดบ้างและองค์กวนอูที่จะสร้างทำจากวัตถุอะไรและมีความสูงเท่าไหร่?

ผมต้องการสร้าง “กวนอูสำริด” สูง 16 เมตร เรียกว่าสูงที่สุดในระดับหนึ่งของประเทศ และมีอายุเก่าแก่ 150 ปี ถ้าเราทำได้ก็จะเป็นไอคอน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญขึ้นมา ส่วนการหล่อกวนอูสำริด ผมใช้โรงงานหล่อที่ดีที่สุดคือ โรงงานเอเชียไฟน์อาร์ต ของคุณถวัลย์ เมืองช้าง ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าแล้วเสร็จจะสร้างความภูมิใจ เป็นหนึ่งเดียวในสถานสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผมยังมีเป้าหมายอีก 2 อย่างคือ ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ความเป็นมาของคนจีนไหหลำบนเกาะสมุย และทำหอแซ่สกุล ซึ่งคนจีนเวลาเรียกชื่อ จะเรียกนามสกุลนำก่อน ผมไปเกาะไหหลำ เห็นเขาบันทึกเก็บมากว่า 2,000 กว่าปีก็รู้สึกทึ่งในความสามารถของคนจีน และคิดว่าการเก็บข้อมูลปัจจุบันไม่ยาก เราใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วย และนำ “สาแหรก” ของคนจีนบนเกาะสมุยทั้งหมดมารวมกัน ในอนาคตก็อาจจะรวมชื่อสกุลคนไทยด้วย เพราะเราแต่งงานกันไปมา ถ้าทำได้เวลาลูกหลานมาก็เห็นรูปภาพของก๋ง และถ้ายุคนี้อัดเสียงได้ยิ่งดี เป็น YOUTUBE เล็กๆ ถ้าทำได้ในอนาคต เราก็ยังได้ยินเสียงก๋งด้วย และก็จะเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และเราจะจัดเก็บทั้ง 3 ภาษาคือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ในอนาคตจะได้ใช้เป็นห้องเรียนภาษาจีน ให้กับคนรากหญ้าที่ยากจน เพราะว่าทางเกาะสมุยไม่มีโรงเรียนภาษาจีนเหมือนตัวเมืองสุราษฎร์ และคนที่ทำมาหากินต่างถิ่นมีมากมายถ้าจะเรียนภาษาจีนนั้นเรียกว่ายากมาก เรียกได้ว่าเป็นการสร้างเป็นกุศลบุญ ให้สถานที่นี้ได้เป็นที่พึ่งพิงของคนด้อยโอกาส และผมตั้งใจว่าถ้าศาลเจ้าสามารถดำเนินกิจการได้ผมก็จะให้ร่ำเรียนฟรี

ส่วนพื้นที่ในศาลเจ้าอย่างที่เห็นด้านล่างจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่คงจะทำเป็นเวอร์ชั่นๆ ไป และหลังจากที่สร้างกวนอูเสร็จ บริเวณโดยรอบที่ตั้งศาลเจ้าเป็นของบริษัท เด่งหน่าง เพื่อการบริหารงาน ผมจะทำเป็นเมืองจีนอนาคตศาลเจ้าอาจจะเข้ามาเป็นหุ้น และเมื่อมีรายได้เป็นหลักเป็นฐานแล้ว ผมก็จะแปรเป็นรูปแบบสหกรณ์ เพื่อให้ลูกหลานคนจนและเราทุกคนได้มีหุ้น เป็นหุ้นที่เท่าเทียมกัน เป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี และก็จะมีรายได้มาหล่อเลี้ยงกิจการของศาลเจ้าไปด้วยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องเตรียมแลนด์แบงค์ไว้ก่อนเพราะที่ดินมีราคาแพงขึ้นทุกวัน

      ส่วนบริเวณชั้นสอง เป็นศาลาราย ที่สามารถนั่งอ่านหนังสือ จิบชา กาแฟ ที่มีลักษณะแบบมุกจีน และมีมุมบันทึกประวัติต่างๆ คติธรรมสอนใจ ไว้ให้ผู้เยี่ยมชมได้ศึกษาหาความรู้ และยังสามารถจัดงานเลี้ยงสไตล์จีนโบราณ หรือใช้เป็นสถานที่สำหรับถ่ายภาพคู่บ่าวสาว ปัจจุบันนี้หลายคู่แล้วที่มาถ่ายภาพที่นี่ เพราะที่นี่มีฉากสวยงามมาก ถือว่าเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ในฐานะลูกหลานคนจีนไหหลำ ที่นี่เป็นที่สาธารณะเปิดอนุญาตให้ทุกท่านมาใช้บริการได้ ส่วนด้านหน้าศาลต้องเป็นลานกว้าง ตามฮวงจุ้ยของจีน ต้องเป็นเสมือนท้องพระโรง มาที่นี่แล้วให้นึกถึงจัตุรัสเทียนอันเหมินเพราะฉะนั้นเวลามีการแสดงต่างๆก็จะใช้ได้บริเวณนี้จัดงาน และยังเป็นพื้นที่เปิดให้โล่งไปเห็นทะเลอีกด้วย

35-Ex (4)

โครงการหาเงินสนับสนุนสร้างกวนอูวางไว้อย่างไร?

เรามีโครงการเทพระเศียรไปแล้ว เป็นจำนวนเงิน 3 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งการสร้างจะมีรายละเอียดมาก จึงแบ่งเป็นส่วนๆก็กำลังคิดว่า เราจะทำแผนหาเงินโดยจัดงานฉลองพระเศียร เพื่อหาเงินไปสร้างพระอุระ และส่วนต่างๆต่อไป แต่เนื่องจากผมเพิ่งเปิดฤกษ์มาไม่ถึง 1 ปี รวมทั้งธุรกิจของผมมีการปรับปรุง งานศาลเจ้าก็อาจจะช้า ตอนนี้ก็รอให้ทางโรงหล่อสร้างพระเศียรให้เสร็จ แล้วจะมีการเฉลิมฉลอง การดำเนินการก่อสร้างพระเศียรจะมีทั้งหมดจำนวน 38 ส่วน แล้วนำกลับมาประกอบกันที่นี่ ผมก็ฝากประชาสัมพันธ์ โดยอาจจะหากลุ่มสักคณะหนึ่งช่วยสร้างพระเศียรอีกคณะหนึ่งสร้างพระอุระ และพระพาหา อีกคณะหนึ่งก็ช่วยสร้างส่วนต่อๆ ไป

อย่างไรก็ตามสื่อนิตยสารแอทสุราษฎร์ หรือทุกๆสื่อต้องมีส่วนช่วยประชาสัมพันธ์ เพราะคนในจังหวัดสุราษฎร์ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบข่าวอีกมาก และถ้าต้องการทำบุญก็สามารถเดินทางมาที่ศาลเจ้าได้หรือติดต่อที่โทร 077-418-154 โดยการทำบุญเกี่ยวกับศาลเจ้าทั่วไปก็มีกล่องหนึ่ง แต่ถ้าทำบุญเพื่อสร้างพระอุระ ก็จะมีอีกกล่องหนึ่งหรืออีกบัญชีหนึ่ง จะบริจาคหรือไม่บริจาค ผมขอให้คนที่มาสมุยทั้งหมด ได้มาเยี่ยมชมความงดงามในศิลปะสถาปัตยกรรม มาเยี่ยมคาราวะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษแต่โบราณ ลองมาเยี่ยมก่อน และท่านจะเห็นความประทับใจ ของผู้ที่มาแล้วเขียนบันทึกไว้ในสมุดเยี่ยมว่าเป็นอย่างไร ที่จะทำให้เราซาบซึ้ง… ถึงเราไม่ใช่ศาลเจ้าที่ใหญ่โตแต่ภายใต้ความเล็ก เรามีความคิดที่จะสร้างให้มีความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่เหมือนกับศาลเจ้าที่อื่นๆ ซึ่งเป็นคนออกแบบด้วยตัวเอง เพราะปกติเป็นคนชอบงานด้านออกแบบ  มาที่นี้แล้วจะสัมผัสได้ถึงความโล่ง ความสงบ ความสวยงาม และที่สำคัญภาษาอังกฤษเรียกว่า Tranquility คือ “ความนิ่ง” มาแล้วเหมือนถูกสะกดจิตด้วยความนิ่ง ศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย ที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เป็นหนึ่งใน 4 ของศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกเหนือจากศาลเจ้าเกาะแรด ศาลเจ้าขนอม และศาลเจ้าปากน้ำกระแดะ

ขั้นตอนการสักการะบูชาต้องปฎิบัติอย่างไร?

เรื่องการสักการะทางศาลเจ้ามีรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรให้ได้ศึกษากัน และมีเจ้าหน้าที่ของศาลเจ้าให้คำแนะนำ ซึ่งแต่เดิมในศาลมีเทพเจ้า 2 องค์และองค์รักษ์ 2 องค์ ตอนหลังมีเทพทางแต้จิ๋ว มาจากคนค้าของเก่าที่สุราษฎร์นำมา และคนที่นำมาส่งก็เสียชีวิตไปแล้วไม่มารับคืน เทพเจ้าก็มาเข้าฝันเขาว่าอยากมาอยู่เกาะ เขาก็เลยนำมาให้ผม ทำให้จำนวนธูปที่ใช้ก็ต้องเพิ่ม ตามจำนวนเทพ  แต่การสักการะมี 2 ประเภทคือ ถ้ามีเวลาน้อยก็จะไหว้แบบสั้น คือใช้ธูป 8 ดอก และถ้าไหว้เต็มจะใช้ธูป 49 ดอก แต่ถ้ามีเทพเพิ่มก็เพิ่มจำนวนธูปตามไป

โดยหลักทั่วไปในการไหว้ที่ศาลเจ้าคือ ต้องไหว้ฟ้าดิน จำนวน 5 ดอกและไหว้องค์รักษ์ที่บานประตู จำนวน 2 ดอกซ้ายขวา เพราะท่านเป็นทวารบานประตู เสร็จแล้วถึงคาราวะด้านใน แต่นโยบายของผมคือ ไม่ให้จุดธูปภายในศาลเจ้า ดังนั้นจึงยกยอดธูปทั้งหมดมาปักไว้ที่กระถางใหญ่บริเวณศาลหลักกลาง เพื่อรักษาสุขภาพ เพราะควันธูป เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง

โดยทั่วไปคนที่มาไหว้ก็อธิษฐานขอพร แต่ถ้าต้องการขอพรเรื่องที่ดินต้องเอยชื่อบุ่นเถ่ากง เพราะบุ่นเถ่ากงเป็นเจ้าของที่ ตามสมัยโบราณท่านเหมือนนายอำเภอ แต่ถ้าจะขอพรด้านหน้าที่การงาน การค้า  หรือลูกหลานสอบเข้าเรียนหนังสือ ให้ประสบความสำเร็จ ต้องขอกับเทพกวนอู เพราะตามประวัติท่านเป็นคนชอบอ่านหนังสือ และจำไวมาก

เทศกาลงานบุญของศาลกวนอูมีการจัดงานอย่างไร?

ที่นี่จะมีการงานประจำปีของคนจีนไหหลำที่เกาะสมุย ก็จะเหมือนกับจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งบางที่ก็เรียก ศาลเทพารักษ์ บางทีก็เรียกว่า ศาลเจ้าบุ่นเถ่ากง แต่ที่นครสวรรค์ยกให้บุ่นเถ่ากงเป็นใหญ่ แต่ข้างในมีเทพกวนอูเหมือนกัน คำว่า “บุ่นเถ่ากง” แปลเป็นภาษาไทยว่า “เทพารักษ์” ดังนั้นศาลเจ้า ลวดลาย งานศิลปะ และเทวรูปต่างๆ ของศาลเจ้าที่เกาะสมุยกับจังหวัดนครสวรรค์จึงเหมือนกัน เพราะมาจากอำเภอเดียวกัน เฉพาะฉะนั้นประเพณีจะเหมือนกัน คือหลังตรุษจีน 3-6 วัน ก็จะมีการแห่เทพเจ้าไปตามหมู่บ้าน แต่โบราณกาลศาลเจ้าบนเกาะสมุยจะมี 3 แห่ง เมื่อก่อนพอ 3 ค่ำคนจีนต้องไปช่วยงานกันแห่หน้าทอน 4 ค่ำที่บางเก่า 5 ค่ำพักหนึ่งวัน 6 ค่ำแห่ที่หัวถนน ก็เลยหลังตรุษจีน 6 ค่ำก็จะมีการแห่ที่นี่ แต่การจัดงานต้องอาศัยเด็กนักเรียนในการถือธงทิว จึงเปลี่ยนเป็นหลังตรุษจีนหนึ่งอาทิตย์ ถึงจะมีพิธีแห่เจ้า ก็เป็นงานใหญ่ระดับหมู่บ้าน ไม่ถึงกับระดับเหมือนที่จังหวัดนครสวรรค์

จริงๆผมต้องการให้นักธุรกิจในเกาะสมุยรวมกัน ในเชิงเชิดชูวัฒนธรรม เพราะถ้าเราช่วยกันทำ เราก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร

35-Ex (1)

ในฐานะที่เป็นลูกหลานชาวเกาะสมุยท่านมองเกาะสมุยวันนี้แตกต่างจากในอดีตอย่างไร?

แตกต่างกันมากครับ พูดง่ายๆ ว่าถ้าเปรียบเป็นมือถือมีการเปลี่ยนไปหลายเวอร์ชั่น ผมขอย้อนประวัติศาสตร์สมุยไปเป็น 3 Episodes ใหญ่ๆ คือ

ยุคที่ยุคที่สมุยปลูกฝ้ายไปขายเมืองจีน สมุยเป็นแหล่งฝ้าย ทำไมเรายังเห็นหูกทอผ้าเก่าๆ หลงเหลืออยู่ ทำไมสมุยมีต้นรากลิงไว้ฉีดหนอน เพราะสมอฝ้ายหนอนชอบกิน ตอนหลังเกิดการระบาดใหญ่ จึงได้เปลี่ยนเป็นปลูกต้นมะพร้าว

ยุคที่ยุคมะพร้าว ก็น่าจะมาจากคนจีนไหหลำ เพราะเคยไปดูที่ไหหลำเป็นมะพร้าวพันธุ์เดียวกัน ขณะเดียวกันก็เริ่มมีเรือกลไฟเข้ากรุงเทพฯ และสมัยก่อนการเดินทางด้วยเรือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะฉะนั้นมะพร้าวสมุย จึงเป็นแหล่งที่สำคัญของประเทศไทยแต่มะพร้าวสมุยลดความสำคัญทันที เมื่อมีถนนสายเอเชียตัดผ่านทับสะแก เพราะค่าขนส่งถูกกว่า ใกล้กว่า เร็วกว่า การเดินทางด้วยถนนจึงเข้ามาแทนที่ทางน้ำ

และสมัยเราเด็กๆ เราไม่รู้เลยว่าการท่องเที่ยวคืออะไร เพราะไม่มีในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และต้องขอบคุณมิสเตอร์เบอร์ลีแกนเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกเวิลด์ ก่อนจะมาเป็นบางกอกโพสต์ ท่านมาเที่ยวสมุยแล้วท่านชอบ แล้วท่านก็ช่วยโปรโมทเกาะสมุยที่โรงแรมโอเรียนเต็ล เขียนเรื่องราวเป็นภาษาอังกฤษ ท่านบอกว่าถ้าท่านตายให้นำกระดูกมาฝังไว้ที่นี่ ตอนนี้กระดูกที่อยู่ที่วัดศิลางู แต่ไม่มีคนรู้จักท่าน มิสเตอร์เบอร์ลีแกนได้เขียนบทความชักชวน บรรยายความงามของเกาะสมุย ทำให้เริ่มต้นมีฝรั่งฮิปปี้ 2 คนมาเที่ยวกันก่อน มาแล้วกลับไปก็บอกต่อ ปากต่อปาก ขยายไปเรื่อยๆ และตอนนั้นมะพร้าวก็เข้าสู่ยุคตกต่ำ สุดท้าย…สมุยก็เริ่มกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว

ยุคที่ 3 ยุคการท่องเที่ยว เริ่มที่คุณอากร ฮุนตระกูล สร้างโรงแรมระดับห้าดาวสองแห่งที่เกาะสมุย  พอบางกอกแอร์เวย์ เริ่มนำเครื่องบินมาลง ทำให้เกิดการขยายตัวที่รวดเร็วทันที  สำหรับผมคิดว่าการพัฒนาการเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องธรรมชาติของโลก แต่ธรรมชาติจะรักษาอย่างไร เช่นการเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยว ต้องอนุรักษ์ควบคู่ไปกับธรรมชาติ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม สำรวมในความเป็นธรรมชาติได้มั้ย ถ้าทำได้ไม่มีปัญหาในการเจริญเติบโต แต่ถ้าว่าเรามุ่งแต่เติบโตจนเละเทะ ไม่สำรวมในธรรมชาติ และทางบ้านเมืองเรารับไม่ทัน นั่นคือสิ่งที่น่าห่วง!! เพราะวันหนึ่งผมห่วงว่าบ้านเราจะกลายเป็นสลัมกันทั้งหมด…

นักท่องเที่ยวมักเรียกภูเก็ตว่า “ไข่มุกแห่งอันดามัน” แต่เกาะสมุยท่านจะเรียกว่าอย่างไรและต้องการให้คนรู้จักอย่างไร ?

ก็น่าจะชื่อ Diamondในอ่าวไทย หรือ เพชรกลางอ่าวไทย และเราก็ต้องใช้เอกลักษณ์ของเราที่เรียกว่า เคอเทสซี่ (Courtesy) ความเป็นเกาะที่เล็กแต่เป็นเกาะที่มีบรรยากาศความเป็นกันเอง และผมอยากให้สมุยเป็น Intelligent Island “เกาะอัจฉริยะ” อัจฉริยะทางด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะด้านศิลปะ หรือศาลเจ้าก็เป็น Intelligence อย่างหนึ่ง ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันสร้างช่วยกันทำ

อยากให้คนสมุยจดจำท่านในวันข้างหน้าอย่างไร ?

ผมอยากให้คนรวยบนเกาะสมุยรู้จักคำว่า “เสียสละเพื่อแผ่นดิน” ถ้าเราล้มตายไป คนเราก็เหลือเพียงฮวงซุ้ย ให้ลูกหลานมากราบไหว้ในวันเช็งเม้งเท่านั้น แต่ถ้าเราจะทำให้เกิดประโยชน์กับแผ่นดิน ทำสิ่งดีที่ให้กับบ้านเมือง นั้นคือฮวงซุ้ย ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของท่าน เพราะเป็นฮวงซุ้ยที่มีคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินเหลือคณานับ…

โดยเฉพาะนักธุรกิจที่มีเงินทองและประสบความสำเร็จ อาทิ นักธุรกิจต่างถิ่น ที่มาทำธุรกิจในจัดหวัดสุราษฎร์ธานี ห้างเซ็นทรัลสุราษฎร์ บางกอกแอร์เวย์ คุณเจริญเจ้าพ่อน้ำเมา ก็มาทำโรงแรมที่นี่  คุณสันติ ภิรมย์ภักดีก็มีโรงแรมสันติบุรี สนามกอล์ฟ ถ้าหันมาสนใจช่วยเหลือท้องถิ่นที่นี่และช่วยกันบริจาคสร้างศาลเจ้ากวนอู นั่นคือความยิ่งใหญ่ และความสมบูรณ์แบบของท่าน ไม่ว่าจะทางด้านธุรกิจ หรือทางด้านคุณประโยชน์เพื่อแผ่นดิน

ผมเองแค่คนตัวเล็กๆ คงทำอะไรได้ไม่มาก ผมพูดวันนี้อาจไม่มีคนฟัง แต่วันหนึ่งถ้าผมล้มหายตายจากไป วันนั้นคงจะมีคนเห็นว่าสิ่งที่เราทำ ตั้งใจสร้าง เพื่อแผ่นดินของเรา และอยากให้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม รวมกันสร้างมอบตามโครงการที่ผมเรียกว่า  มอบไว้ให้แก่แผ่นดิน ให้เรามีคุณค่า เพราะชีวิตเราเกิดมาแล้ว ขี้เถ้าของเราก็อยู่ตรงนี้…

 35-Ex (3)

ในฐานะที่เกาะสมุยเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะฝากอะไรถึงชาวสุราษฎร์อย่างไร?

สุราษฎร์ธานีมีของดี แต่ผมก็เห็นใจชาวสุราษฎร์ฯ ที่เราไม่มีผู้นำทางด้านการเมือง ที่มาเจียระไนสุราษฎร์ฯ ถ้าเรามีผู้นำและร่วมมือกับประชาชน สุราษฎร์ฯ เป็นอาณาจักรของศรีวิชัยที่ยิ่งใหญ่แต่โบราณกาล ถ้าเราได้ร่วมมือร่วมใจกันทำ ก็สามารถเป็นเมืองท่องเที่ยวได้ และที่สำคัญเราอย่าอิจฉากัน อย่าแบ่งแยกเกาะสมุย แบ่งแยกบ้านดอน เพราะเราเป็นจังหวัดเดียวกัน และเรามีความหลากหลายดินแดน อำเภอนาสาร ก็สามารถเป็นศูนย์กลางยางพาราที่ยิ่งใหญ่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ ก็เป็นเมืองโบราณ เป็นเมืองท่าทองยิ่งใหญ่มาเป็นเวลากว่าพันปี

 

ท่านมีความคิดเห็นหรือคำติชมนิตยสารแอทสุราษฎร์อย่างไร ?

ผมอ่านแล้วคิดว่าดีมาก คือ มีที่กินที่เที่ยว บอกไว้ในนิตยสารฉบับนี้ ผมเองยังอยากไปเที่ยวตามนิตยสารให้ครบ คุณธีรภาพ โลหิตกุล เขียนเรื่องประวัติศาสตร์ไว้ดีมาก เพราะผมเป็นคนชอบประวัติศาสตร์ และในนิตยสารก็มีรายละเอียด มีข้อมูลเชิงลึกทำให้เราได้ความรู้ และการดึงคนดี คนเก่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ออกมาให้คนรู้จัก ได้รับรู้ ทำให้คนได้ชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดี อย่างไรก็ตามนิตยสารที่ทำในจังหวัดสุราษฎร์มีหลายฉบับ แต่ไม่จับใจ ผมเจอนิตยสารแอทสุราษฎร์จำไม่ได้ว่าพบที่ไหน อาจเป็นบนเรือเฟอรรี่ หรือในโรงพยาบาลก็ไม่แน่ชัด ได้อ่านแล้วก็ทึ่ง…ก็ไม่รู้ว่าใครทำ และวันหนึ่งก็มีโอกาสได้พบดร.หิรัญ ชคทานนท์ ก็รู้สึกว่าเป็นคนขยันหมั่นเพียร ทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ประสานงานได้ทุกด้าน ผมเองก็ชื่นชมว่าท่านเป็นคนเก่ง…เป็นโลกที่สี่ ที่มีคุณธรรม สำคัญคือ “คุณธรรม” ทำอะไรแล้วก็ตาม ถ้าจิตใจเรามีคุณธรรม ผมว่าสิ่งนั้น “เป็นเลิศที่สุด”

35-Ex (6)

 

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!