รวมคนดี สร้างเมืองคนดีจากภูธรสู่นครบาล เส้นทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์“พลตำรวจโท ดร.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว”

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”   แม้ว่าคำพูดนี้อาจจะดูเก่าไป แต่ความหมายนั้นไม่เคยล้าสมัยหรือตกยุคไปเลย  มีบุคคลที่เป็นตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักแล้ว  เขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จสู่จุดสูงสุดของชีวิตและร่ำ า รวยที่สุดก็เพราะความขยัน อดทน มีความเพียรพยายามต่อสู้ความยากลำบาก เด็กชายตัวน้อยๆจากบ้านนอกคอกนาคนหนึ่ง ขี่ควายท่องวรรณคดีดังลั่นทุ่ง แห่งอำเภอไชยาจะรู้หรือว่าชีวิตตัวเองจะมาได้ไกลเกินฝันของการรับราชการตำรวจชั้นใหญ่จากภูธรสู่นครบาล “พลตำรวจโท ดร.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว”

ประวัติครอบครัว  การศึกษาและประวัติการทำงานเป็นอย่างไร ?

ครอบครัว อินทร์แก้ว มีอาชีพการเกษตร ทำนา แต่ได้ปลูกฝังให้ลูก ๆ ทุกคนรักในการอ่าน-เรียนหนังสือ พี่น้องจึงมีอาชีพที่ดี ส่วนผมสมัยเด็ก ๆ ก็ขี่ควาย ท่องวรรณคดีเสียงดังลั่นทุ่งนาไชยา ส่วนพี่ๆ ได้เดินทางไปเรียนหนังสือกรุงเทพฯ และในปี 2510 ผมได้ไปเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนวัดราชโอรส บางขุนเทียน ธนบุรี โดยพี่ ๆ ได้ช่วยเหลือดูแลน้อง ๆ สมัยก่อนพ่อแม่เป็นห่วงลูก ๆ ว่าถ้าให้ไปอยู่หอพักแล้วให้ดูแลตัวเอง อาจจะไม่ปลอดภัยและคบเพื่อนเกเรได้ ท่านยังเชื่อว่าวัดจะทำให้ลูกปลอดภัย เพราะคำสอนของพระ และสิ่งแวดล้อมในวัด ช่วยหล่อหลอมจิตใจให้เป็น “ลูกผู้ชาย” ที่มีความกตัญญู มีความอดทนรับผิดชอบ และผมเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับรางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่น” ของโรงเรียนวัดราชโอรส

bd-390

ผมจบมัธยมปลายแล้วก็ไปศึกษาต่อคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเด็กปักษ์ใต้สมัยนั้นใฝ่ฝันที่จะเป็นตำรวจ ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา เมื่อจบนิติศาสตร์บัณฑิตแล้ว ก็สอบรับราชการเป็นตำรวจ และศึกษาต่อปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต และไปเรียนต่อระดับปริญญาเอก เป็นดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ผมเรียนหนังสือตลอดชีวิต และเชื่อว่าการศึกษาไม่มีวันจบสิ้น

ผมรับราชการ เมื่อจบการอบรมนายร้อยตำรวจสามพราน ติดยศร้อยตำรวจตรี บรรจุลงพื้นที่ที่อำเภอเวียงสระ เป็นรอง สวส.สภอ.เวียงสระ

1

ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เคยปฏิบัติหน้าที่อำเภอใดบ้าง? และท่านประทับใจอำเภอใด? ที่ประชาชนให้ความอบอุ่นและช่วยเหลือทางราชการ

พื้นที่ที่ผมเคยปฏิบัติหน้าที่ คือ อำเภอเวียงสระ อำเภอเมือง อำเภอเคียนซา และอำเภอเกาะสมุย ในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีภารกิจในการปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมือนกันตามสภาพของพื้นที่นั้น ๆ เช่น ที่อำเภอเวียงสระเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม มีผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ การเคลื่อนไหวเข้าโจมตีโรงพัก และการดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ ในเส้นทางเกิดขึ้นถี่ยิบ ต้องทำงานมวลชนหาข่าวการก่อการร้าย และร่วมทำงานกับมวลชนชาวบ้าน ทุกวันนี้คนสายข่าวที่เคยร่วมทำงานมวลชนยังไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ส่วน อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ก็ทำหน้าที่ปกติ ไม่เสียงภัยมากนัก มีคดีความทั่วไป เช่น ประทุษร้ายร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สิน สืบสวนติดตามจับกุมส่งฟ้องศาล ที่เคียนซา เป็นอำเภอทุรกันดาร ถนนลูกรัง เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม เหมือนอำเภอเวียงสระ      มี ผกค.ค่าย 514 ส่วนอำเภอเกาะสมุย ผมกลับมาเป็นผู้กำกับการ ยศพันตำรวจเอก ที่โรงพักเกาะสมุย เมื่อ   10 ก.พ. 2541 เกาะสมุยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทำเงินมหาศาลให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีและประเทศ แต่ปัญหาก็มาพร้อมรายได้ มีการทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีการฆ่าฟันกัน เพราะแย่งชิงผลประโยชน์ ทั้งธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และการค้าที่ดิน การยับยั้งอาชญากรรม ตำรวจเฝ้าระวังตั้งรับอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงต้องส่งสารถึงผู้มีอิทธิพล มือปืน และนักเลงทั้งหลาย “ห้ามพกพาอาวุธ” ในพื้นที่เด็ดขาด “ไม่มีปืน ไม่มียิง ไม่มีมีด ไม่มีแทง” คำขวัญที่เข้าใจง่ายไม่ต้องแปล ถูกประกาศใช้และได้ผลทันตาเห็น คดีอาชญากรรมลดทันที ทางหนึ่งปราบปรามเหล่าร้าย อีกทางหนึ่งบำรุงขวัญผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นผลงานที่ทำให้เห็นเป็นประจักษ์ แก่ผู้บังคับบัญชา และได้กลับไปกรุงเทพฯ สู่นครบาล

DSCN2831

“ไม่มีปืน ไม่มียิง ไม่มีมีด ไม่มีแทง”  คำขวัญที่เข้าใจง่ายไม่ต้องแปล ถูกประกาศใช้และได้ผลทันตาเห็น คดีอาชญากรรมลดทันที ทางหนึ่งปราบปรามเหล่าร้าย อีกทางหนึ่งบำรุงขวัญผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นผลงานที่ทำให้เห็นเป็นประจักษ์แก่ผู้บังคับบัญชา และได้กลับไปกรุงเทพฯ สู่นครบาล

 ประสบการณ์ในการทำงานอาชีพตำรวจ มีผลงานที่ดีเด่นและประทับใจที่สุด คืออะไร?

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2550 ผมขออาสาผู้บังคับบัญชาไปดำรงตำแหน่งรอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ซึ่งสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครุกรุ่นพรากชีวิตตำรวจ, ทหาร, อาสาสมัครและประชาชน บาดเจ็บล้มตายเป็นรายวัน ผมนำผู้ใต้บังคับบัญชา ทำงานลงพื้นที่เสี่ยงภัยแบบ “ถึงลูก ถึงคน” มือขวาจับปืน มือซ้ายจับโทรโข่ง ไมโครโฟน เผชิญหน้ากับคนร้ายถืออาวุธก็ยิงกัน นอกจากนั้นก็ทำงานลงพื้นที่ ปรับทุกข์ผูกบัตรกับประชาชน ลดการสูญเสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง สร้างความรักความเข้าใจด้วยการเดินตามแนวพระราชดำรัส เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา น้อมนำมาพัฒนาองค์กรใช้ในการดำเนินการสร้างสันติสุข โดยจัดโครงการตำรวจ วัด มัสยิส

DSCF2850

ร่วมคิด ร่วมสร้างทางสันติ และได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และประกาศสยบคนร้าย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติด้วยคำขวัญ “จับทันควันจ่ายทันที 24 ชั่วโมง” หมายความว่า ตำรวจจับคนร้ายในคดีใดก็ตาม ผู้บังคับการจะไปถึงที่เกิดเหตุ ไม่ว่าเวลาใดปลุกได้ไม่ต้องเกรงใจ จ่ายรางวัลบำรุงขวัญกันในที่เกิดเหตุ ไม่ต้องรอประกาศในที่ประชุม

การทำงานในตำแหน่งจเรตำรวจ มีหน้าที่อย่างไร?

วันนี้ ผมนั่งเก้าอี้จเรตำรวจ (สง.8) มีหน้าที่หลักในการตรวจราชการของสำนักงานจเรตำรวจ ในอันที่จะขับเคลื่อน และทำให้นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บังเกิดผลเป็นรูปธรรม มีความเป็นมืออาชีพ ผมยึดหลักที่ว่า สอดส่อง สืบสวน ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เรื่องราวร้องทุกข์ สอดส่องดูแลให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในระเบียบวินัย ตำรวจขณะนี้มีอยู่ราวสามแสนคน การทุจริตคิดมิชอบประพฤติผิดไปจากระเบียบปฏิบัติ ก็ต้องมีเป็นเรื่องธรรมดา หน้าที่ของจเรตำรวจ จึงต้องรีบเรื่องร้องเรียนมาสืบสวนส่งให้สายงานบังคับบัญชาสายตรงลงโทษ ต้องเอาหลักธรรมทางศาสนามาใช้ด้วย เริ่มจากความไม่ลำเอียง เพราะรัก เพราะชัง เพราะหลง เมื่อยึดหลักได้ก็สามารถทำงานได้

หลักของผม คือ ยุติสิ่งที่เลวร้ายทันที่ที่พบ ถ้ายุติฉับพลันไม่ได้ ก็ชะลอผลร้ายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด และสำคัญสิ่งใดที่เลวร้ายเราต้องไปทำเสียเอง

วิสัยทัศน์ ของสำนักงานจเรตำรวจ “มุ่งสู่ความเป็นเลิศ มีมาตรฐานเที่ยงตรง ยึดจรรยาบรรณ”

มองหน้าที่ ในการทำหน้าที่บริการประชาชนของตำรวจในปัจจุบัน อย่างไร?

          โรงพักปัจจุบันเป็น ONE STOP SERVICE ตำรวจถูกฝึกให้พร้อมเป็น “ผู้รับใช้ประชาชน” ไม่ใช่ “เจ้านาย” ประชาชน ตำรวจเราแข่งขันด้านให้บริการ ตำรวจโครงการพระราชดำริ ช่วยประชาชนทำคลอด ตำรวจทางหลวงช่วยประชาชนซ่อมรถ ตำรวจโรงพักออกตรวจทั้งเดินเท้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ตำรวจอุ้มคนชราข้ามถนน ตำรวจจราจรโบกรถเมื่อสัญญาณไฟจราจรเสียและให้นักเรียนข้ามถนน สรุปว่าตำรวจทุกหน่วย ทำงานหนักขึ้น มีจิตวิญญาณการเป็นตำรวจเข้มข้นขึ้น

“ตำรวจเป็นมิตร คิดแต่ป้องกันภัย” เป็นแนวทางที่ตำรวจทุกยุคทุกสมัยเขาทำกัน เราเพียงแต่ติวเข้มขึ้น ให้เป็นตำรวจอาชีพ มิใช่เพียง “อาชีพเพื่อยังชีพ” แต่เป็นตำรวจด้วยชีวิตจิตวิญญาณของการเป็นตำรวจ

SR 092

คำว่า “โรงพักเพื่อประชาชน” ท่านให้คำอธิบายอย่างไร? เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของตำรวจไทยทั่วประเทศ

ความจริงถ้าไม่มีป้ายติดไว้ด้านหน้าโรงพัก ประชาชนก็เป็นเจ้าของโรงพักอยู่แล้ว เพราะโรงพักสร้างโดยภาษีของประชาชน ตำรวจเรามาเป็นผู้ให้บริการ เรามีเกษียณอายุ มีการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่ แต่โรงพักยังอยู่ เพราะไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน เมื่อตำรวจอยู่ที่โรงพักก็ให้บริการประชาชน เช่น ให้บริการรับแจ้งความคดีต่าง ๆ, ของหาย, รถถูกขโมย, ทะเลาะวิวาท, ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ ตำรวจอยู่ที่โรงพักก็ให้บริการแก่ประชาชนประดุจญาติมาเยี่ยมเยือน เมื่อออกตรวจตราในพื้นที่ ก็ให้รู้จักว่า “ตำรวจอยู่ไหน ประชาอุ่นใจทั่วกัน” นอกจากนั้น โรงพักในปัจจุบัน ก็มีที่คุมขังนักโทษหรือผู้กระทำความผิดทางอาญาไว้ชั่วคราว ก่อนนำไปขึ้นศาล ตำรวจต้องอยู่โรงพักตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดทั้ง 365 วัน โดยมีเวรผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ ยิ่งปัจจุบันนี้ตำรวจทั้งโรงพัก ต้องไม่มีที่จอดรถยนต์ สำหรับนายตำรวจผู้ใหญ่หรือผู้กำกับ รองผู้กำกับ สารวัตร โรงพักได้เอาป้ายเหล่านี้ออกหมด เพื่อให้เป็นโรงพักของประชาชน เพื่อประชาชน

DSCN5188

การเร่งรัดขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุคประชาคมอาเซียน ท่านมีแนวคิดอย่างไร?

          ในยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) การเชื่อมโยงของโลกเรา มนุษย์ทุกเชื้อชาติสามารถติดต่อเข้าถึงกันหมดแล้ว โดยผ่านระบบสื่อสารที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยผ่านทางดาวเทียม มีโทรศัพท์มือถือ Smart phone, Ipad สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และการหลั่งไหลของการลงทุน ระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การย้ายถิ่นฐาน ซึ่งตำรวจไทยโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องปฏิรูปองค์กรตำรวจโดยด่วน เพื่อรับมือกับอาชญากรข้ามชาติ ที่แฝงมากับการท่องเที่ยว ค้ายาเสพติด ฯลฯ เช่น กฎหมายต้องเร่งแก้ไขเพิ่มเติม หรือเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ตำรวจต้องเรียนรู้ภาษาหลัก 3 ภาษา เพื่อต้อนรับประชาคมอาเซียน และเพิ่มโทษตำรวจที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย อย่างประเทศในอาเซียนที่กฎหมายของเขาเข็มแข็ง และลงโทษอย่างหนัก คือ สิงค์โปร์ และมาเลเซีย องค์กรตำรวจไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การเปิดประตูสู่อาเซียนในปีใหม่ 2559 นี้ ตำรวจต้องทำงานหนักขึ้น ภาษาที่ใช้ก็มีมากขึ้นตามลำดับ ท่านมองภาพรวมจะรับมือกับอาชญากรรม ยาเสพติด และการท่องเที่ยวอย่างไร?

ทันที่ที่ทราบนโยบายของรัฐบาล ตำรวจตื่นตัวตั้งแต่เรื่องภาษา ที่จะต้องใช้สื่อสารกันในสมาชิกอาเซียน มีการเรียนการสอนภาษาเพื่อนบ้านให้ตำรวจไทย และระดับสูงก็พร้อมการสอดประสานกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งด่านศุลกากร กองตรวจคนเข้าเมือง โดยบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อสนองนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะ “คนร้ายข้ามชาติ” ที่มาก่อคดี ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ และเป็นอาชญากรปล้นฆ่าข่มขืน โดยอาศัยประเทศที่มีช่องโหว่ทางกฎหมาย ให้มีช่องทางเข้าไปหลบภัย และผู้ก่อการร้ายกลุ่ม ไอ.เอส. ที่ก่อเหตุรุนแรงที่ปารีส ฝรั่งเศส ต้องปฏิรูปองค์กรให้มีเขี้ยวเล็บพร้อมรับมือกับกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ (โรฮิงญา) คือศัตรูของตำรวจทุกประเทศในอาเซียน เราต้องไม่ให้ประเทศของเราเป็น “สวรรค์ของคนร้าย” แต่ให้มันรู้ว่า “นรกของมันอยู่ที่นี่” ถ้ามันจะมาก่ออาชญากรรม หรือมาหลบภัย หลังก่อคดีในประเทศของตัวเอง

การเสริมสร้างความสามัคคีและการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ ท่านมีแนวความคิดอย่างไร?

เราต้องยอมรับว่า ประชาชนต้องการตำรวจเหมือนในภาพยนตร์ ยิ้มแย้มแจ่มใส เสียสละ กล้าหาญ อดทน ฯลฯ ประชาชนเรียกร้องสิ่งเหล่านี้จากตำรวจ แต่ในความเป็นจริง ตำรวจมีชีวิต มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ มีปัญหาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสังคมเหมือนคนอาชีพอื่น ๆ

ตำรวจต้องมีกระบวนการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจด้วยการให้ที่เป็นรูปธรรม เช่นสวัสดิการที่พักอาศัย การศึกษา สุขภาพอนามัย และบำรุงใจด้วยการอบรมบ่มเพาะให้หยิ่งในเครื่องแบบ ในศักดิ์ศรีที่สัญญาประชาคมในตำรวจถืออาวุธบังคับใช้กฎหมาย ให้อิ่มใจเมื่อได้รับใช้ประชาชน

ท่านรับราชการตำรวจมานานมีอะไรจะฝากข้อคิดเห็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ดีแก่รุ่นน้องต่อๆไป?

          นับวันตำรวจถูกจับตาสอดส่อง เหมือนอยู่กลางสปอตไลท์ ทั้งประชาชน สื่อมวลชน นักสิทธิมนุษยชน ตำรวจจึงต้องพร้อมรับการตรวจสอบ มีความโปร่งใส พอที่จะไม่กลัวต่อการถูกตรวจสอบ ในขณะเดียวกันไม่หวั่นไหวเมื่อทำในสิ่งที่ถูก

IMG_2070 copy

ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 พระราชดำริไว้ว่า “สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง” คือ ความสุจริตจะเป็นเครื่องป้องกันให้พ้นอันตรายทั้งปวง

เมื่อท่านจะเกษียณอายุราชการในปีหน้า ท่านวางแผนอนาคตหลังเกษียณไว้อย่างไร?

ผมภูมิใจที่เกิดในศูนย์กลางความเจริญทางพระพุทธศาสนา ที่ไชยาภูมิใจในอาชีพตำรวจที่รับใช้ประชาชนทั้งจังหวัดบ้านเกิดและในเมืองหลวง

ผมกลับบ้านไม่เคยลืม “โรงเรียนเก่า วัดบ้านเกิด” โรงเรียนและวัดที่ให้รากฐานชีวิตของผมมากกว่ามหาวิทยาลัย ผมฟังข่าวว่าโรงเรียนเก่าต้องการให้ช่วยเหลืออะไร วัดบ้านเกิดขาดอะไร จะกลับไปช่วยเหลือทันที ผมเป็นตำรวจที่รักษ์บ้านเกิด ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในปีหน้า ผมสัญญาว่าวันรุ่งขึ้นต่อจากวันเกษียณ ผมทำงานต่อที่บ้านเกิดทันที ไม่มีคำว่าพัก หรือเที่ยว เพราะความสุขที่รับใช้พี่น้องประชาชนดีกว่าไปเที่ยวเป็นไหน ๆ ผมเคยทำโครงการแด่น้องด้วยดวงใจ โครงการอาหารกลางวันแก่นักเรียน การพัฒนาโรงเรียนในบ้านเกิด การจัดหาทุนการศึกษาให้น้อง ๆ ผู้ด้อยโอกาส นอกจากนั้น การจัดปุ๋ยราคาพิเศษสุดช่วยเหลือเกษตรกรในภาคใต้และที่บ้านเกิด ผมไม่เคยลืมถิ่นบ้านเกิด ดังสุภาษิตที่ว่า “วิสาสะ ปรมา ญาติ” “ความสนิทสนม    ยิ่งกว่าญาติ”

นอกจากนั้นผมยังส่งเสริมและพัฒนาด้านการกีฬา โดยเฉพาะมวย ผมคุ้นเคยกับกีฬาชกมวย ต่อยอดตำรวจแนวหน้าโดยเอากีฬามวย ผจญกับอาชญากรรมทุกรูปแบบ มีกลุ่มพันธมิตรด้านกีฬา ให้การสนับสนุนโครงการ “หนึ่งสมอง สองกำปั้น” พกความมุ่งมั่น ฝันที่เป็นจริง เพื่อสร้างเยาวชน นักชกไทยก้าวสู่สังเวียนระดับโลกในนามชื่อ “เกียรติ กรีรินทร์ โปรโมชั่น”

ท่านคาดหวังว่าจะทำอะไรให้ชาวสุราษฎร์ธานีพึงพอใจ

ผมไม่มีฝ่ายเรา  ฝ่ายเขา  ฝ่ายตรงข้าม ร่วมมือกับทุกฝ่ายได้  ขอให้หวังดีกับประชาชนก็พอ สุราษฎร์ธานี มีทรัพยากรธรรมชาติ บนบกในทะเลมากมาย กุ้ง หอย ปู ปลา ผลหมาก รากไม้ อาศัยการจัดการที่ดีรับรองรุดหน้าอย่างรวดเร็ว  ให้พี่น้องอยู่อย่างปลอดภัย กายอุ่น ท้องอิ่ม ปัญหาอาชญากรรม  ลดลงไปเอง สร้างความสามัคคี ปิดทางแตกแยกช่วยกันสร้างสรรค์ ด้วยคำขวัญที่ผมชักชวนพี่น้องว่า………รวมคนดี สร้างเมืองคนดี

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!