นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี คุณหมอนักวิ่ง มุ่งสร้างสุราษฎร์ธานีสู่ “New Marathon Destination”

_MG_7989-edit

 

Text: ดร.ภาสกร ธรรมโชติ/ปกาศิต สุดใจ

Photo: พศวัฒน์ สิริศิลปสรณ์

ด้วยปณิธานที่ต้องการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ จึงมุ่งมั่นในการบริหารโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีให้เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ประชนชน และการรักษาผู้ป่วยที่ได้มาตรฐานสากล ท่านยังเป็นแบบอย่างให้แก่ทุกคนด้วยการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังริเริ่มการแข่งขัน Suratthani Marathon ขึ้นมา และพยายามผลักดันให้เป็นรายการมาราธอนประจำปีของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้เราได้ตระหนักว่าร่างกายและจิตใจที่ดีจะห่างไกลจากโรคภัยทั้งปวง ทีมงาน @Surat จึงอยากให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกับคุณหมอผู้เป็นทั้งศัลยแพทย์ นักบริหาร และนักกีฬาผู้มีจิตสาธารณะท่านนี้

ประวัติส่วนตัว และประวัติการศึกษา

บ้านเกิดของผมอยู่ที่บ้านห้วยกระบอก ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เรียนจบประถมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนเทพวิทยา จากนั้นในปี 2514 ก็ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เขตภาษีเจริญ เรียนจบชั้นประถมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนสุภาคมศึกษา จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.. 2522

ศึกษาในระดับปริญญาตรีที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พ.. 2523 – 2529 ศึกษาต่อเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์หรือผ่าตัดสมองและไขสันหลัง จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อ พ..2530 – 2533

 

ความใฝ่ฝันที่จะเป็นแพทย์มาจากไหน

ผมมีพี่น้องทั้งหมดรวมผมเอง 10 คน ที่บ้านทำกิจการร้านอาหารกับการเกษตร โดยคุณพ่อทำไร่อ้อย ตอนที่เราย้ายมาที่กรุงเทพ พี่สาวเป็นคนต้นคิดทำร้านอาหาร พี่ๆ น้องๆ แต่ละคนก็ช่วยกันดูแล ซึ่งตอนนั้นผมก็คิดว่าตัวเองไม่จำเป็นจะต้องจบมหาวิทยาลัยก็ได้เพราะกิจการที่ร้านก็ขายดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ผมยังชอบทำการเกษตร เลยคิดแค่ว่าจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วจะนำความรู้ไปต่อยอดกับกิจการที่บ้านก็พอ ตอนเด็กๆ ก็เคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นหมอนะครับ แต่สมัยเรียนมัธยมต้นก็ไม่ได้เก่งโดดเด่นมาก พอขึ้นชั้นมัธยมปลายผมก็พบว่าตัวเองมีความถนัดในวิชาที่เกี่ยวกับทางด้านแพทย์ อย่างฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ และในวิชาชีพนี้มีโอกาสได้ช่วยคนเยอะ ก็เลยเลือกคณะแพทยศาสตร์ไป 3 อันดับ ส่วนอันดับที่ 4 เป็นคณะเกษตรศาสตร์ เผื่อว่าคะแนนไม่ถึงจริงๆ ก็จะได้ไปทำการเกษตร

_MG_8039-editประวัติการทำงาน

ผมรับราชการครั้งแรกที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ เมื่อปี พ.. 2529 จน ถึงปี 2538 โอนมารับราชการที่โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จนถึงปี 2556 ย้ายมาดำรงตำแหน่งด้านบริหารเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี จนถึงปัจจุบัน

ทำไมถึงเลือกศึกษาด้านศัลยศาสตร์

ผมคิดไว้ตั้งแต่ตอนเรียนปี 1 แล้วว่าจะต้องเป็นศัลยแพทย์แน่นอน เพราะรู้ดีว่าตัวเองมีทักษะทางงานฝีมือ ซึ่งมันเหมาะกับงานทางด้านนี้ เลยสมัครเรียนทุนศัลยแพทย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แล้วต่อมาก็พบว่าแพทย์ทางด้านประสาทศัลยศาสตร์นั้นขาดแคลน ผมจึงเลือกสมัครเรียนเฉพาะด้านนี้ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เรียนจบก็ไปใช้ทุนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประมาณ 5 ปี ผมได้เปิดโครงการ training ของสาขาประสาทศัลยศาสตร์ขึ้นที่นั่น พอมีน้องๆ ขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้แล้ว ผมก็ขอย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็อยากจะกลับมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วย ก็เลยมาทำงานที่โรงพยาบาลเลิดสิน ด้านประสาทศัลยศาสตร์ ด้วยความที่ผมสนใจในงานสายบริหาร หลังจากที่ช่วยงานด้านนี้มานานจนถึงปี 2556  ผมก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีจากอธิบดีกรมการแพทย์ครับ

เหตุผลที่เลือกทำงานสายบริหาร

เพราะผมเห็นว่างานสายบริหารนั้นมีผลกระทบเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานทำงานได้ดีขึ้น สามารถบรรลุเป้าหมายในการบริการและดูแลประชาชนจำนวนมากได้ คิดว่าตัวผมเองสามารถทำงานตรงนี้ได้ก็เลยเสนอตัว แต่สิ่งที่ชอบจริงๆ ก็ยังคงเป็นการรักษาคนไข้ การผ่าตัดสมอง และด้วยความที่โรงพยาบาลมะเร็งฯ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง จึงไม่ได้มีความซับซ้อนของหน่วยงานมาก หรือเจอกับภาวะฉุกเฉินทั้งหลายเหมือนโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งพอนอกเวลาบริหาร ผมก็เลยสามารถปลีกเวลามารักษาคนไข้ได้ นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ปีที่แล้ว ช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ผมยังเดินทางไปช่วยที่โรงพยาบาลเกาะสมุยผ่าตัดด้านประสาทศัลยศาสตร์ด้วย เนื่องจากที่นั่นไม่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ แล้วก็รับปรึกษาทาง LINE อยู่ตลอด ผมจะคอยดูว่าคนไข้รายไหนที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน จำเป็นต้องผ่าตัด ทำให้แพทย์ที่นั่นมั่นใจในการผ่าตัดมากขึ้น และไม่ต้องมีการส่งตัวผู้ป่วยจากเกาะสมุยมาที่โรงพยาบาลสุราษฎร์เหมือนแต่ก่อน จึงสามารถช่วยชีวิตคนที่นั่นได้เป็นจำนวนมาก ผมจะยึดถือแนวความคิดว่า “ไม่ว่าจะไปทำงานอยู่ที่ไหน ต้องทำประโยชน์กับพื้นที่นั้นให้ได้มากที่สุด”

_MG_7997-editจุดเริ่มต้นของการได้ไปรักษาผู้ป่วยที่เกาะสมุย

สมัยทำงานที่กรุงเทพฯ 2-3 ปีแรก ช่วงวันหยุดผมก็ช่วยให้คำปรึกษาด้านประสาทศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ก่อนมาที่สุราษฎร์ ผมก็มองว่าจะอยู่ทำงานจนเกษียณที่ไหนดี จนมาปักหลักที่นี่ ทีนี้ด้วยความที่ชอบงานผ่าตัด ก็เลยเล็งไว้ว่าเกาะสมุยน่าจะเหมาะ เพราะว่ามีประชากรมากแต่การเดินทางยังไกลและลำบากอยู่ ด้วยความที่เคยรับปรึกษามาแล้วก็เลยคิดว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม และน่าจะยังช่วยเหลือประชาชนได้แม้จะเกษียณไปแล้ว

ที่มาของการก่อตั้งโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี

ในปี พ.. 2529 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะให้มีศูนย์ป้องกันและควบคุมโรงมะเร็งในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ในภาคใต้คือศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งต่อมาได้รับการจัดสรรที่ดินจากนิคมสร้างตนเองขุนทะเล กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งสิ้น 50 ไร่เศษเป็นสถานที่ก่อสร้าง เราเริ่มให้บริการผู้ป่วยนอกมาตั้งแต่ปี 2540 ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี” ซึ่งเรามีหน้าที่ศึกษา วิจัย พัฒนา เพื่อสร้างผลงานวิชาการด้านโรคมะเร็ง จัดบริการด้านโรคมะเร็งที่มีความซับซ้อน ได้แก่ การให้การรักษาด้วยการฉายแสง เคมีบำบัด การตรวจวินิจฉัย การผ่าตัด ผลิตและพัฒนาบุคลาการทางการแพทย์ด้านโรคมะเร็ง ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้

ที่โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีรับผู้ป่วยทั่วไปหรือไม่

รับครับ ประชาชนเข้าใจบริบทของโรงพยาบาลมะเร็งมากขึ้นว่าไม่จำเป็นต้องป่วยแล้วถึงจะมาโรงพยาบาลมะเร็ง เพราะยุทธศาสตร์ของเราเน้นเรื่องการป้องกัน เช่น การสร้างเสริมสุขภาพ การคัดกรองผู้ป่วย การให้ข้อมูลกับประชาชนว่าทุกปีจะต้องตรวจอะไรบ้าง อย่างเช่น สตรีวัย 30 ขึ้นไปที่แต่งงานแล้วจะต้องเข้ารับการตรวจภายในเพื่อดูว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ เพราะมะเร็งปากมดลูกเคยเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งของผู้ป่วยสตรี ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยโรคนี้ลดลงแล้ว แต่สิ่งที่มาแซงหน้าคือมะเร็งเต้านม ซึ่งสตรีวัย 40 จะต้องเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านม แต่ว่าสิ่งนี้ยังไม่เป็นสิทธิของประชาชนทั่วไป

_MG_7667

ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่นี่จะสามารถใช้สิทธิ์อะไรได้บ้าง

การบริการต่างๆ สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เบิกได้ อย่างแรกคือสิทธิ์ประกันสังคม ถ้าแพทย์พิจารณาว่าสมควรได้รับการรักษาโดยเบิกค่ารักษาจากสิทธิ์ที่มี ผู้ป่วยก็จะสามารถใช้สิทธิ์ได้ ส่วนประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่เราเรียกกันว่า “30 บาท รักษาทุกโรค” ถ้ามีใบส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นสังกัดต่างๆ ก็มาใช้บริการได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ แต่ถ้าไม่ได้ผ่านขั้นตอนตรงนี้ ก็จะต้องชำระเงินเอง ซึ่งราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพ เพราะว่าเรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งทางเทคนิคการแพทย์ รังสีรักษาต่างๆ ครบทุกตำแหน่ง

ทางโรงพยาบาลเองก็จะเน้นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการให้ได้มากที่สุด ช่องทางหนึ่งคือการจองคิวตรวจทางออนไลน์ ซึ่งก็จะมีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น เมื่อพูดถึงมาตรฐานการรักษา เรามีสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่กรุงเทพฯ คอยดูแลนโยบายในการควบคุมและป้องกันโรคมะเร็งทั่วประเทศ โดยมีโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาค 7 แห่ง ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ที่ภาคใต้ ภาคกลางมีที่ลพบุรี ปทุมธานี และชลบุรี อีสานก็จะมี อุบลราชธานี อุดรธานี และ ลำปาง ที่ภาคเหนือครับ ทุกที่จะเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด งานหลักๆ ก็คือการฉายแสง รังสีรักษา

_MG_7737แนวโน้มของโรคมะเร็งในอนาคตทั้งในระดับประเทศและระดับโลกเป็นอย่างไร

โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขของโลก เป็นสาเหตุการตายประมาณ 13% ของคนตายทั่วโลก ทั้งหมดซึ่งเป็นจำนวนมากกว่า ล้านคน ในทุกๆ ปี องค์การอนามัยโลกได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2563 ทั่วโลก จะมีคนตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่า 11 ล้านคน และจะเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนามากกว่า ล้านคน โรคมะเร็งใช้ระยะเวลานานหลายปีในการก่อให้เกิดโรค ในอนาคตประชาชนจะมีอายุยืนยาวขึ้น มีการควบคุมโรคติดต่อดีขึ้น มีการควบคุมให้อัตราตายของทารกแรกคลอดและเด็กลดลง ทำให้โครงสร้างของประชากรเปลี่ยนแปลงไป มีสารก่อมะเร็งมากขึ้นในสิ่งแวดล้อม และมีการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และการรับประทานอาหารที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น โรคมะเร็งที่พบบ่อย อันดับแรกของโลก คือ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ 

ชนิดของโรคมะเร็งที่พบบ่อยในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เนื่องจากประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร คุณสมบัติทางพันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิตและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน สำหรับประเทศไทย มะเร็งที่พบมาก 5 อันดับในผู้ชายคือ มะเร็งตับ ปอด  ลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ในผู้หญิงคือ มะเร็งตับ เต้านม ปากมดลูก ปอด และลำไส้ใหญ่ สถานการณ์ในภาคใต้ อันดับของมะเร็งที่พบมากเช่นเดียวกับของทั้งประเทศ แต่มีการสลับตำแหน่งของมะเร็งที่พบบ่อยได้แก่ มะเร็งปอดจะพบมากเป็นอันดับหนึ่ง

อุปสรรคในการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งของโรงพยาบาลฯ มีอะไรบ้าง

ประชาชนยังมีปัญหาการเข้าถึงบริการคัดกรองโรคมะเร็ง ผู้หญิงไทยอายุ 40 ปีจึงยังไม่ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการเอกซเรย์เต้านมและการตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ได้อย่างทั่วถึง การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่างในผู้หญิงและผู้ชายที่อายุตั้งแต่ 50 ปีเป็นต้นไปเพื่อคัดกรองมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่  ไม่สามารถทำได้ ต้องปรากฏอาการได้แก่การถ่ายเป็นมูกเลือด การอุดตันของลำไส้ กลืนลำบาก น้ำหนักลด ซึ่งจะเป็นระยะลุกลามแล้ว จึงจะได้รับการตรวจ ซึ่งผลการรักษาจะได้ผลไม่ดี สำหรับในส่วนผู้ปฏิบัติหรือประชาชน ยังไม่ใส่ใจที่จะมารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลของรัฐมีบริการให้ได้แก่ การตรวจแป๊ปสเมียร์ ดูเซลปากมดลูกเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทำให้ยังคงพบผู้ป่วยในระยะที่ก้อนโตหรือมีอาการแล้วจึงมาพบแพทย์ การละเลยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง หรือพบก้อนแล้วกลับกลัวไม่กล้าไปพบแพทย์ ทำให้ได้รับการรักษาล่าช้า

_MG_7747-edit

งานอดิเรกที่คุณหมอชื่นชอบ

ในวันหนึ่งๆ เรามีเวลาว่างกว่า 1 ใน 3 ของทั้งหมด เวลาเหล่านี้จึงเป็นเวลาที่เราควรใช้เพื่อดูแลตนเอง ดังนั้นงานอดิเรกของผมจึงเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งสิ่งที่สะดวกที่สุดคือการวิ่ง การเดินทน และการทำกายบริหาร ผมจะจัดเวลาให้ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนวันอื่นๆ เกือบทุกวันจะทำกายบริหารด้วยการบริหารกล้ามเนื้อขา หน้าอก ด้วยการย่อตัวและยืด วิดพื้น การบริหารกล้ามท้อง ซึ่งดูตัวอย่างจากสื่อ YouTube สามารถทำได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไปเข้าฟิตเนส  

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบคือการเกษตรอย่างที่บอกไปตอนต้น ซึ่งผมจะปลูกด้วยตนเองรอบๆ บ้าน โดยเฉพาะผักตำลึงหวานที่ผมได้พันธุ์มาจากศูนย์การค้าเมื่อนำมาประกอบอาหารแล้วก็นำกิ่งพันธุ์มาปักชำ จนงอกงามไปทั่วทั้งโรงพยาบาลในขณะนี้ มีแผนการที่จะนำมาแทนผักใบเขียวเพื่อประกอบอาหารให้กับผู้ป่วย และบุคลากร ช่วยด้านโภชนาการที่ดี คือ การได้รับอาหารที่เป็นผักครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมด

ทำไมคุณหมอจึงสนใจการออกกำลังกาย

เพราะผมเชื่อว่ากีฬาทุกอย่างมันเพิ่มทักษะในการทำงานให้กับเราได้ ตอนอยู่มหาวิทยาลัยเพื่อนก็ชวนให้มาเข้าชมรมฟันดาบ ซึ่งเป็นกีฬาที่ใช้กำลังพอสมควร แต่ใช้สมองเยอะ ผมเลยฝึกฝนมาเรื่อยๆ จนได้เป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัย ผมก็ได้เหรียญทอง และเหรียญเงินทั้งจากการแข่งประเภททีม และเดี่ยว จนได้เป็นนักกีฬาดีเด่นของมหาวิทยาลัย ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งครับ

221925-editที่มาของโครงการ Suratthani Marathon

เมื่อปี 2549 ผมได้เริ่มไปร่วมกิจกรรมวิ่งมาราธอน 10 กิโลเมตร ของกระทรวงสาธารณสุขที่เขาจัดกันทุกอาทิตย์ สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ เพื่อนนักวิ่งต่างก็สูงวัยกว่าผมทั้งนั้น บางคน 60 70 80 ปี แล้วยังวิ่งได้ตลอด ด้วยความที่ผมเป็นแพทย์ ก็จะถูกสอนมาว่าวิ่งมากๆ ข้อเข่าจะเสื่อมได้ ก็เลยกลัว และออกกำลังกายแค่พอเหมาะ ทีนี้พอเริ่มวิ่งไปนานๆ ก็มาหาความรู้ว่าการวิ่งเนี่ยมีข้อจำกัดขนาดไหน เท่าที่รู้คร่าวๆ คืออาทิตย์หนึ่งไม่ควรวิ่งเกิน 20 กิโลเมตร มันเหมาะกับการวิ่งเพื่อสุขภาพ ส่วนการวิ่งระยะยาวๆ อย่าง 21 กิโลเมตร หรือ 42 กิโลเมตรนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าวิ่งบ่อยมากไม่ได้ เกินกำลังของตัวเองไป ดังนั้น เพื่อสุขภาพ ผมก็จะหาเวลาออกกำลังกายยาวๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ส่วนระหว่างอาทิตย์ในวันจันทร์ถึงศุกร์ผมก็จะทำกายบริหารตอนเช้า เน้นกล้ามเนื้อหน้าอก ขา และท้อง ประมาณ 120 นาที สิ่งเหล่านี้ก็เลยเป็นที่มาของแนวคิดในการก่อตั้ง “โครงการเดิน-วิ่ง รวมใจต้านภัยมะเร็ง” ของเราเพื่อรณรงค์ให้คนมาออกกำลังกาย โดยใช้ชื่องานว่า “Suratthani Marathon” มีการแข่งขันวิ่งตั้งแต่ระยะ 3.99 กม. 10 กิโลเมตร 21 กิโลเมตร และ 42 กิโลเมตร ปีนี้เราจัดเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 .. 2560 นี้ครับ โดยจะมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานจัดงาน

ผมอยากให้รายการนี้เป็นรายการวิ่งประจำของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลายเป็น “New Marathon Destination” ภายในอีก 3 ปี ปีนี้ก็ได้ปรับปรุงเส้นทางให้ดีขึ้น โดยให้มีจุดกลับตัวตรง อบต. คลองน้อย แล้ววิ่งสวนกันได้ เพื่อให้นักวิ่งด้วยกัน รวมถึงกองเชียร์มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ทีมงานก็ดูแลง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากผู้ที่ขับรถสัญจรประจำในเส้นทางวิ่งให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นในช่วงที่จัดการแข่งขัน คือประมาณ ตี 4 ถึง 8 โมงเช้า ยกเว้นว่าจะมีความจำเป็นจริงๆ ก็จะทำให้นักวิ่งของเราปลอดภัยมากขึ้นครับ ปีนี้เราก็ตั้งเป้าว่าน่าจะได้ผู้สมัครสัก 3,000 คน ถ้าเราช่วยกันประชาสัมพันธ์ คิดว่าเป้าหมายเท่านี้ไม่น่าจะยากครับ และในอนาคตก็ต้องขยายให้เพิ่มขึ้น

ผลพลอยได้จากกิจกรรมนี้คือ ประชาชนได้ความรู้เรื่องของการป้องกันโรคมะเร็ง รู้ว่าโรงพยาบาลมะเร็งให้บริการอะไร และเป็นประโยชน์กับจังหวัดโดยภาพรวม ทั้งด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็จะเข้ากองทุนเมตตาและมูลนิธิโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีเพื่อนำกลับไปช่วยเหลือเครือข่ายต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนในการจัดงานอีกที

ไอเดียในการทำให้สุราษฎร์ธานีกลายเป็น “New Marathon Destination” นี้จะกลายเป็นความจริงได้อย่างไร

ผมว่าชาวสุราษฎร์ฯ ใส่ใจสุขภาพกันเยอะนะ สิ่งแวดล้อมก็เอื้ออำนวยต่อการออกกำลังกาย เช่น เรามีลู่วิ่งในเกาะลำพูที่สวยงาม และองค์การบริหารส่วนจังหวัดดูแลให้อย่างดี เราน่าจะพร้อมกว่าหลายๆ ที่

ตัวผมเองก็จะเข้าไปหาชุมชนตามเส้นทางมาราธอน เคาะประตูบ้านเขา ขอให้เขาช่วยกันออกมาต้อนรับนักวิ่ง บรรดานักวิ่งก็จะเกิดความประทับใจ ซึ่งจากที่สำรวจเส้นทางมาก็จะผ่านจุดเด่นอย่างตลาดล่าง ที่ดูดี ไม่มีรถราอะไรมาก คนภายนอกก็จะได้รู้จักตลาดแถวนั้นด้วย เส้นทางส่วนอื่นๆ ถ้าเราประสานงานกันให้ดีก็จะไม่ไปรบกวนประชาชนในเมืองมากนัก

มาราธอนดีต่อสุขภาพอย่างไร

การวิ่งมาราธอน เป็นการออกกำลังกายต่อเนื่องชนิดหนึ่งซึ่งเป็นผลดีต่อหัวใจและหลอดเลือด ระยะที่กำลังดีผมคิดว่าน่าจะเป็นระยะ 10 กม. แต่การมีระยะ Full marathon จะช่วยดึงดูดนักวิ่งจากที่ต่างๆซึ่งไม่สามารถจัดการแข่งขันระยะนี้ได้บ่อยๆ ส่วนใหญ่แล้วในจังหวัดหนึ่งจะมีการจัดสักหนึ่งครั้งใน 1 ปี ส่วนผู้มาร่วมวิ่งในระยะที่สั้นลงก็เกิดความภาคภูมิใจที่ได้มาร่วมวิ่งในงานที่ได้ชื่อว่าเป็นการวิ่งมาราธอน

_MG_7775

กิจวัตรการออกกำลังกายของคุณหมอทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อบุคลากรในโรงพยาบาลหรือไม่ และเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

อันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะครับ เพราะว่าการถ่ายทอดวิชาความรู้ที่ดีที่สุดคือการทำให้ดูเป็นแบบอย่าง เมื่อผมมองย้อนกลับมาดูตัวเองก็จะรู้ว่าทำไมถึงมาวิ่ง สาเหตุก็คือได้เห็นแบบอย่างที่ดีจากผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง ออกกำลังกายได้ โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นแบบอย่างคนสำคัญของผมตั้งแต่เด็กๆ คือ นพ.เฉก ธนะสิริ ปัจจุบันท่านอายุ 90 กว่าปี แต่ยังแข็งแรงอยู่ เพราะออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผมเลยคิดว่าในบริบทของโรงพยาบาลทุกแห่งต้องมีการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ของที่นี่ในเรื่องของการป้องกันโรคมะเร็ง ผมจึงต้องทำให้ดูแล้วก็เชิญชวนคนอื่นๆ 3 ปีที่ผ่านมานี้ผมก็เห็นความเปลี่ยนแปลง มีบุคลากรที่คล้อยตาม ใส่ใจการออกกำลังกายโดยที่เราไม่ต้องไปบังคับ ตั้งกฎเกณฑ์อะไร มีการสนับสนุนจนตั้งชมรมวิ่งของภายในโรงพยาบาลขึ้นมา มีสมาชิกประมาณ 50 คน

วิธีการดูแลสุขภาพที่อยากแนะนำ

ดูแลด้านโภชนาการให้ดี ต้องยับยั้งชั่งใจ เลี่ยงอาหารจำพวกไขมัน แป้ง ขนมหวาน น้ำอัดลมต่างๆ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เวลาทานอาหาร ทานข้าวน้อยๆ เน้นกินกับ ถ้ากับรสเค็มไปก็ใช้วิธีเอาผักมาแกล้ม ควบคุมน้ำหนักร่างกายให้สมดุลกับส่วนสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของวันที่เราว่างก็อยากให้ออกกำลังกายกัน ถ้าเราอยากกินอาหารอร่อยๆ ก็ต้องเผาผลาญให้หมดด้วย

ความประทับใจต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จริงๆ ผมไม่เคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนหรอก แต่พอที่สุราษฯ ตำแหน่งว่างก็มาทำงาน อาศัยอยู่ที่นี่มา 4 ปี ทำไปทำมาก็มีเครือข่าย เลยกลายเป็นว่าผมมีเพื่อนฝูงอยู่ที่นี่มากที่สุด มากกว่าที่ราชบุรีบ้านเกิดหรือที่กรุงเทพฯ เสียอีก  แล้วที่อยู่อย่างสุราษฎร์ฯ นี่เหมือนเป็นแดนสวรรค์เลย ทั้งอาหารการกิน ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก ทะเล อ่าวต่างๆ มีทุกอย่างที่ชอบ ก็เลยหลงรักที่นี่

ฝากทิ้งท้ายถึงชาวสุราษฎร์ธานี

นอกจากงานวิ่งมาราธอนแล้ว ช่วงเดียวกันนี้ทางกรมการแพทย์ก็จะจัดประชุมสัญจรพอดี เราจะมีหนังสือเชิญท่านผู้อำนวยการของโรงพยาบาลต่างๆ ในเครือข่าย รวมถึงบุคลากรสาธารณสุขในเขตภาคใต้ เขตสุขภาพที่ 11 และ 12 มาร่วมกิจกรรม ผมก็ขอเชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมเป็นต้นแบบให้กับประชาชนด้วยครับ

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!