คืนความสุข ผ่านมุมมอง อนุวัตร์ รจิตานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม สุราษฎร์ธานี (ตอนจบ)

คืนความสุข ผ่านมุมมอง อนุวัตร์ รจิตานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม สุราษฎร์ธานี (ตอนจบ)

ปัญหาในเทศบาลเมืองท่าข้ามมีอะไรบ้าง  และท่านมีแนวคิดในการป้องกันอย่างไรและปัญหาของประชาชนคืออะไร?

ถ้าพูดถึงปัญหาของเทศบาลก็ต้องบอกว่า  เทศบาลจะสามารถดำเนินกิจการหรือจะช่วยเหลือ พัฒนา ก็ต้องใช้งบประมาณ ซึ่งงบประมาณส่วนหนึ่ง เราจัดหาเองและทำอย่างไรให้เราจัดเก็บรายได้เองให้มากยิ่งขึ้น เช่น หมวดภาษีอากรต่างๆ และรายได้เบ็ดเตล็ดต่างๆ ค่าธรรมเนียน, ค่าปรับ, ค่าใบอนุญาต, ภาษีโรงเรือน รายได้ปีหนึ่งประมาณ 13 ล้าน หรือ 10.12 % ของรายได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องหาแนวทางเพิ่มในส่วนที่จัดเก็บเองให้มากขึ้นอีกส่วนหนึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ตอนนี้เรามีพนักงานเทศบาลในทุกระดับต้องจ่ายเป็นค่าจ้าง ตามที่กฎหมายกำหนดว่าท้องถิ่นทุกท้องถิ่นต้องใช้จ่ายในส่วนของเงินที่จ่ายให้งานบุคลากร ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ของเรากว่า 39 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่ามีจำนวนมากพอสมควรเนื่องจากเรามีพนักงานมากจากการก่อตั้งเทศบาลฯ มานาน และตามปัญหาภารกิจ ตามความต้องการของพี่น้องประชาชน และผมก็คิดว่าเป็นปัญหาหลักของทุกเทศบาลฯ อย่างไรก็ตามปัญหาของพี่น้องประชาชนหลักๆ ก็คือปัญหารายได้ รายได้มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในครอบครัว ซึ่งขณะนี้ภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ของภาคใต้ ขณะนี้ราคายางก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจไม่ดี หรือการจับจ่ายใช้สอยเป็นการหมุนเวียนเม็ดเงินในพื้นที่จะดีหรือไม่  ตอนนี้ราคายางกิโลกรัมละ 50 บาท ถ้าเทียบกับ 1-2 ปีที่แล้วราคากว่า 100 บาทเป็นราคาที่ต่างกันมาก จริงอยู่คนท่าข้ามไม่ได้ตัดยาง 100 เปอร์เซ็นต์แต่ก็มีผลกระทบเหมือนกันในเมื่อคนจากสวนยางไม่ได้มาจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคลดน้อยลง ทำให้กระทบกับผู้ที่จำหน่ายสินค้าในตลาดเหมือนกัน

เนื่องจากท่าข้ามมีแม่น้ำสองสาย  ดังนั้นท่านมีแนวทางแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมอย่างไร?

ก็ต้องบอกว่าท่าข้าม เป็นจุดรวมของแม่น้ำ 2 สาย ซึ่งเป็นแม่น้ำหลักของภาคใต้  คือแม่น้ำตาปี  และแม่น้ำพุมดวง  ช่วงฤดูน้ำหลากจะมารวมกันที่ท่าข้าม  แล้วไปแยกออกที่วัดเกาะธรรมประทีป  ที่เลยสะพานจุลจอมเกล้าไป  ถ้าจะป้องกันได้จะอยู่ที่ปริมาณน้ำ  ถ้าน้ำมากก็ไม่สามารถป้องกันได้  แต่เราก็เตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติมากกว่า และจำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร  ปริมาณน้ำฝน  เส้นทางน้ำและเตรียมประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำได้เตรียมรับมือกับอุทกภัยที่จะเกิดขึ้น การขนย้ายสิ่งของ เตรียมพร้อมอพยพคนไปอยู่ในที่ปลอดภัย แต่ถ้ามีเขื่อนสองฝั่งแม่น้ำในเขตท่าข้ามก็ไม่สามารถที่จะป้องกันน้ำได้ในภาพรวม เพราะว่าในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำตาปีมีความยาวมาก

ตามคำขวัญของผู้ว่าราชการจังหวัด “สุราษฎร์ธานีเมืองแห่งรอยยิ้ม และเมืองแห่งความสุข” ท่านมีแนวคิดอย่างไร?

โดยหน้าที่หลักของท้องถิ่นทุกท้องถิ่น คือทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ก็ตรงกับคำขวัญของท่านผู้ว่าฯ เมืองแห่งรอยยิ้มและเมืองแห่งความสุข  ถ้าเราอยู่ดีมีสุข  ก็มีรอยยิ้ม  มีความสุข  แต่จะทำอย่างไรให้คนอยู่ดีมีสุข ก็ต้องบอกว่าเรื่องสุขภาพ เรื่องรายได้ ก็มีความสำคัญ  ทำอย่างไรให้คนมีรายได้ดี  ก็ต้องพยายามทำโครงการรณรงค์ให้คนมีสุขภาพดี เช่น โครงการไร้ควันปั่นเที่ยว  ให้คนกลับมาใช้จักรยานหรือใช้วิธีการเดินด้วยเท้า  ในช่วงเวลาที่ไม่เร่งด่วน  โครงการนี้ก็สามารถสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงได้ และเป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์ในชุมชนได้  ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี และลดรายจ่ายในครอบครัว ผมมองว่าถ้าเราไม่ใช้รถจักรยานยนต์ วันละ 1 เที่ยว เพราะตอนนี้น้ำมันที่จักรยานยนต์ใช้ ราคา 2 ลิตร 100 บาท อย่างน้อยลดก็ใช้น้ำมัน 1 เที่ยวก็ลดไป 10 บาท วันหนึ่งลดได้ 1 เที่ยวก็เดือนหนึ่ง 300 บาท ก็เท่ากับลดใช้รายจ่ายในครัวเรือนได้ 300 บาทและนำไปชำระค่าน้ำค่าไฟได้ และได้สุขภาพที่ดี รวมถึงสิ่งที่สำคัญที่สังคมไทยขาดคือ ความสัมพันธ์ ความรักความสามัคคี ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาล ท่านนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายปรองดอง ซึ่งการเดินหรือการปั่นจักรยาน ได้ผ่านบ้านเพื่อนบ้านหรือบ้านญาติพี่น้อง เราก็มีเวลาทักทาย พูดคุยกัน ถามสารทุกข์สุกดิบซึ่งกันและกัน  กลับกันถ้าใช้จักรยานยนต์จะไม่สามารถทักทายกันได้เลย  ผมว่าถ้าเราปรับมาใช้แนวทางวิถีชีวิต การเดินหรือจักรยาน ความรักความผูกพันในชุมชนก็จะกลับมาโดยไม่รู้ตัว  เมื่อสังคมมีความรักความสามัคคี ความสุขก็จะเกิดกับทุกครอบครัวตามคำขวัญของท่านผู้ว่าฯ และรู้จักนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง มาใช้ในดำเนินชีวิตจะทำให้คนกลับมามีความสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อนบ้านก็จะทำให้คนมีความสุข

4

ท่านมีแนวคิดเรื่องการดูแลความปลอดภัยทางด้านรถไฟให้นักท่องเที่ยวที่เดินทาง ขณะที่กำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างไร?

สถานีรถรถไฟสุราษฎร์ธานีมีความสำคัญและตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองท่าข้าม  และต่อไปเราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน  ต้องมีนักท่องเที่ยวเข้ามา มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ดังนั้นสถานีรถไฟสุราษฎร์ฯต้องรองรับประชากรในประชาคมอาเซียน ส่วนหนึ่งก็ต้องเป็นนโยบายของการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องกำหนดขึ้นมา ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยว หรือนักธุรกิจที่มาค้าขายที่สุราษฎร์ฯ ทำอย่างไรให้รู้สึกอบอุ่นใจและในส่วนของเทศบาลเมืองท่าข้าม เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวที่มาท่าข้ามแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ สบายใจเราต้องดูแลและบริการที่น้องประชาคมอาเซียนให้เหมือนกันพี่น้องคนไทย  ผมคิดว่าเป็นนโยบายที่ท่าข้ามต้องเร่งดำเนินการ เราพยายามทำท่าข้ามให้เป็นแหล่งที่ท่องเที่ยว รณรงค์ให้ภาครัฐและภาคเอกชนได้ดำเนินกิจการที่พัก หรือโรงแรมที่ท่าข้าม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวหรือพี่น้องประชาคมอาเซียนที่จะเดินทางมาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่องความปลอดภัยในสถานีรถไฟ ได้มีการติดกล้องวงจรปิด หรือเรียกว่า CCTV สำหรับคอยเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรมต่างๆ  ผมถือว่าเป็นการป้องกันที่ปลายเหตุและเทศบาลเมืองท่าข้ามมีโครงการในปีงบประมาณ  พ.ศ.  2557  นี้เพื่อจะติดกล้องทั่วเมืองท่าข้าม  ย่านชุมชนต่างๆ  และจะขยายการติดตั้งให้ทั่วเขตเทศบาลฯ  และที่สำคัญอาชญากรรมก็เกิดจากบุคคลที่ไม่มีรายได้  หรือรายได้น้อย แล้วหาวิธีการหรือช่องทางที่ไม่ถูกกฎหมาย  ก็เป็นปัญหาของทุกสังคม อาจเกิดจากไม่มีการศึกษา ครอบครัวแตกแยกทำให้มีอาชีพที่ไม่สุจริต  เราจึงต้องทำโครงการให้ประชาชนมีรายได้มีการศึกษาที่ดีขึ้น  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตข้างหน้า  ผมคิดว่าปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ในวันสองวัน เราต้องวางโครงการใหญ่และร่วมกันแก้ปัญหา

ท่านจะปรับปรุงสถานีรถไฟ ซึ่งเปรียบเสมือนแลนด์มาร์คของท่าข้ามอย่างไร?

ด้วยสภาพ พื้นที่ศูนย์กลางเทศบาลเมืองท่าข้าม ส่วนหนึ่งคือที่ราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย  ถ้าทั้งสองภาคส่วนสามารถอนุเคราะห์พื้นที่เทศบาลเมืองท่าข้าม โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งริมแม่น้ำตาปี ซึ่งเบื้องต้นขณะนี้การรถไฟได้อนุเคราะห์พื้นที่เหนือพื้นดิน ให้เราได้สร้างเขื่อนริมแม่น้ำตาปีเพื่อปรับภูมิทัศน์ให้เป็นที่พักผ่อนของประชาชน และเพื่อการท่องเที่ยวชมแม่น้ำ รวมทั้งให้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งที่เทศบาลต้องการขอรับความอนุเคราะห์ที่คลังสินค้าเดิม  ขณะนี้เราได้ขอใช้เป็นงานป้องกันสาธารณะภัย  ให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อม ถ้าได้รับความอนุเคราะห์ผมจะสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลท่าข้าม ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ลานกลางแจ้งสำหรับการจัดกิจรรมได้ ณ บริเวณนั้นฝั่งริมแม่น้ำตาปีที่สามารถมองเห็นจุดรวมของแม่น้ำตาปีกับแม่น้ำพุมดวงได้ มองเห็นแม่น้ำสองสี  ซึ่งตอนนี้ผมได้ทำจดหมายถึงผู้ว่าการรถไฟฯ อีกจุดหนึ่งได้คุยกับสารวัตรบำรุงทางทุ่งส่ง ในส่วนอาคารสำนักงานของสถานีรถไฟที่จะออกแบบใหม่ ได้พูดคุยกันว่าเทศบาลออกแบบอาคารสำนักงานให้ผมก็ยินดี บังเอิญมีนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะทำผลงานส่งอาจารย์ ผมเสนอให้นักศึกษามาออกแบบทำงานวิจัยส่งอาจารย์ก็จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างการรถไฟกับเทศบาลเมืองท่าข้าม ก็จะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างอาคารของสำนักงานของสถานีรถไฟกับอาคารสำนักงานของเทศบาลเมืองท่าข้าม  ซึ่งเรามีสะพานที่การรถไฟได้สร้างเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟไปยังถนนราษฎร์บำรุง  คือไปยังริมแม่น้ำตาปี  และเราสามารถทำสะพานเชื่อมโยงลงไปถึงริมแม่น้ำตาปีก็จะเป็นอีกเส้นทางหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยว  และสามารถเดินทางไปทำภารกิจได้สะดวกก็จะเป็นอีกจุดหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี “ผมยังมองการทำรถไฟรางคู่ ที่ผมคิดไว้ คือ ย้ายสถานีรถไฟไปอยู่ริมน้ำตาปี ให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาได้เห็นว่า มาถึงสุราษฎร์ฯ เห็นแม่น้ำตาปี แล้วแลกกันในส่วนของสถานีรถไฟเป็นสำนักงานเทศบาล และเอาริมแม่น้ำเป็นสถานีรถไฟ  เพื่อให้ผู้โดยสารทางรถไฟได้มองเห็นแม่น้ำตาปียาวตลอดเส้นทาง  และก็จะเป็นการกระตุ้นเมืองเก่าบริเวณถนนราษฎร์บำรุงให้มีความคึกคักยิ่งขึ้น”

ท่านจะส่งเสริมการท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานีอย่างไร?

ผมมองว่าสุราษฎร์ธานีไม่ได้มีเพียงเกาะสมุย เกาะพะงันหรือเกาะเต่า เรามีถึง 19 อำเภอ ต้องฝากพี่น้องประชาชนทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานีต้องช่วยกันส่งเสริม ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำเสนอให้นักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยว เป็นการกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งหมด“สำหรับนิตยสารแอทสุราษฎร์ ผมต้องขอชื่นชมที่มีนิยาสารดี ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปได้รับข่าวสารและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ต้องบอกว่า เป็นหนังสือที่บริการประชาชนฟรี ที่ไม่ได้หาง่ายนักต้องฝากว่าเป็นหนังสือที่มีความสำคัญจะช่วยส่งเสริมกิจกรรมในทุก ๆ ด้านของจังหวัดไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยวและผมคิดว่าถ้ามีหนังสือแบบนี้มาก ๆ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้สุราษฎร์ธานีทำให้คนสุราษฎร์ ฯ มีดีมีสุข ตามคำขวัญที่ท่านผู้ว่าฯได้ให้ไว้ว่า สุราษฎร์ธานีเมืองแห่งรอยยิ้ม และเมืองแห่งความสุขเราทุกคนทุกภาคต้องช่วยกัน”ายกเทศมนตรีเมืองท่าข้ามกล่าวทิ้งท้าย

“ความจริงใจ ความบริสุทธิ์ ใจ และความใส่ใจ”ผมว่างานท้องถิ่นจำเป็นจะต้องมีทั้ง 3 คำนี้เสริมขึ้นมานอกเหนือจากคำว่า “ความซื่อสัตย์”

Be Sociable, Share!
error: Content is protected !!